top of page
ภาพโปร่ง 100x100
ภาพโปร่ง 100x100
ภาพโปร่ง 100x100
‎BRANDING.co.th - LOGO.‎005.png

BRANDING.co.th

“Game-Changing Branding”
“เปลี่ยนเกมด้วยแบรนด์”

ภาพโปร่ง 10x10

ถ้าคุณ “เคยรีแบรนด์แล้ว”
แต่ “เกมยังไม่เปลี่ยน”
แนะนำให้อ่านบทความนี้

เรียน ท่านเจ้าของกิจการ ที่กำลังมองหา “กลยุทธ์ที่ยั่งยืน” ให้กับ “ธุรกิจ” (“ทิศทาง” ที่ “ถูกต้อง” และ “ยั่งยืน”)

1️⃣ ถ้าวันนี้ “คุณข้ามบทความนี้ไป” วันนึงคุณจะต้อง “ย้อนกลับมาทำเรื่องนี้”

2️⃣ เพราะเนื้อหาของบทความนี้ คือ “กระดูกสันหลัง” ที่จะทำให้ “แบรนด์ของคุณ”

✔️ “แข็งแกร่ง” พอที่จะ “ยืนอยู่ได้” ในตลาดที่ “การแข่งขันสูง” และท่ามกลาง “วิกฤติเศรษฐกิจ” ในวันนี้

✔️ “โดดเด่น” พอที่จะ “เหนือคู่แข่ง” และมีโอกาสก้าวขึ้นมาเป็น “ผู้นำตลาด” ในวงการของคุณได้

✔️ คุณจะ “เหนื่อยกับคนน้อยลง” “ผลลัพธ์จะดีกว่า” และ “จะทำตลาดง่ายขึ้น” เพราะ “ทุกอย่างจะเป็นระบบ” เรื่องยากจะเป็นเรื่องง่าย เรื่องหนักจะเป็นเรื่องเบา

3️⃣ “แบรนด์ของคุณ” ไม่มีกระดูกสันหลังไม่ได้ คุณจึง “ไม่อาจหลีกเลี่ยง” การทำสิ่งนี้ได้


✅ 1. FOUNDER MESSAGE

สวัสดีครับทุกท่าน ผมชื่อ อลงกรณ์ ดอกดวง นะครับ เป็น Founder & MD ของ BRANDING.co.th รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ทุกท่านได้กรุณาให้ความสนใจครับ

ผมเดินอยู่บนเส้นทางของ “นักสร้างแบรนด์เชิงกลยุทธ์” มาตั้งแต่ ปี 2555 ในระยะเวลากว่า 10 ปี ผมได้ “พัฒนากลยุทธ์ + เปิดหลักสูตร + ให้คำปรึกษาผู้เรียน” มาแล้ว กว่า 100 รุ่น ปัจจุบันไม่ได้นับรุ่นแล้ว (ผมไม่ใช่อาจารย์ แต่ลูกค้ามักให้เกียรติเรียกผมว่าอาจารย์)

ในช่วงปีแรก ๆ ผมได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายให้กับหลายหน่วยงานสำคัญ ๆ เช่น กระทรวงอุตสาหกรรม, กระทรวงเกษตร, กระทรวงมหาดไทย, มหาวิทยาลัย, สมาคม/ชมรม และบริษัทเอกชน แต่ในช่วงหลัง ๆ ผมไม่ได้รับงานวิทยากร เพราะต้องการโฟกัสปั้นแบรนด์ให้ลูกค้า เพื่อสะสมผลงานให้กับตัวเอง

ตลอดเส้นทางที่ผมเดิน มันคือประสบการณ์ที่ประเมินค่าไม่ได้ เพราะนี่คือ “แบรนด์จริง ๆ” นับร้อยเคส ในหลากหลายอุตสาหกรรม และหลากหลายสถานการณ์ของธุรกิจ เนื้อหาที่ทุกท่านจะได้อ่านต่อไปนี้ คือ “กลยุทธ์ที่ผมใช้มันจริง ๆ” ครับ ไม่ใช่แค่ทฤษฎี

ถ้าคุณอ่านบทความนี้จนถึงตอนสุดท้าย คุณจะได้เข้าใจหลายสิ่งที่เจ้าของกิจการส่วนใหญ่ไม่เคยรู้มาก่อน ทั้งมุมมอง กลยุทธ์ และบทเรียนจากประสบการณ์กว่า 10 ปีของผม ช่วงท้ายมีข้อมูลบริการเพิ่มเติม แต่จะอ่านหรือไม่ก็ได้ สิ่งสำคัญคือคุณได้แนวคิดที่นำไปใช้พัฒนาแบรนด์ของคุณได้จริง ๆ

✅ 2. WHO THIS ARTICLE IS FOR

บทความนี้ เหมาะสําหรับ ผู้ที่ต้องการ “กลยุทธ์” เพื่อทำ 10 ข้อนี้

1️⃣ จะปรับ “ทิศทาง” ให้ถูกต้อง และยั่งยืน
2️⃣ จะ “ผ่าทางตัน” และ “ออกจากลูปเดิม ๆ”
3️⃣ จะสเกลธุรกิจใหม่ เพื่อเล่นเกมที่ใหญ่ขึ้น
4️⃣ ต้องการ “เปลี่ยนเกม” ให้กับธุรกิจ
5️⃣ จะสร้าง “แบรนด์ + ระบบ” ที่แข็งแกร่ง
6️⃣ อยากแตกต่างคู่แข่ง หนีสงครามราคา
7️⃣ จะสร้างระบบรองรับ Ads ที่ผลลัพธ์ดีกว่า
8️⃣ จะไม่ฝากยอดขายไว้กับ แอดมิน/เซลส์
9️⃣ จะขายของราคาสูงหรือมีลูกค้าเป็นกลุ่มบน
🔟 จะกันแรงกระแทก จากการเปลี่ยนแปลง

โดยเหมาะกับ

1️⃣ เจ้าของธุรกิจทุกประเภท ทุกอุตสาหกรรม และทุกสถานการณ์ของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ “บวก” หรือ “ลบ”

2️⃣ เหมาะกับแบรนด์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น Corporate Brand / Product Brand / Personal Brand / CEO Brand หรือประเภทอื่น ๆ

✅ 3. THE CORE PROBLEM TODAY

ทุกวันนี้ ปัญหาของธุรกิจ ไม่ใช่ว่า “ขายไม่ดี” หรือ “ตลาดเงียบ” เพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะ “ภาพลักษณ์” “แบรนด์” “กลยุทธ์” และ “ประสบการณ์ลูกค้า” ยังไม่สอดคล้องกับความคาดหวังของตลาด

โดยที่เจ้าของธุรกิจจำนวนมาก ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า “ปัญหาที่แท้จริงคืออะไร” ทำให้แก้ผิดจุด ลงทุนผิดที่ และสูญเสียโอกาสไปมหาศาลโดยไม่รู้ตัว

ต่อไปนี้คือ “แกนกลางของปัญหา” ที่ทำให้ธุรกิจจำนวนมาก “ติดเพดาน” และ “โตไม่ได้” แม้จะ “พยายามอย่างเต็มที่แล้วก็ตาม” และเหตุผลที่ “โครงสร้างเดิม” (กลยุทธ์เดิมของแบรนด์) อาจไม่เพียงพอสำหรับ “การแข่งขัน” และ “ฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจ” ในวันนี้

1️⃣ “ตลาดเปลี่ยนเร็ว” จนแบรนด์ปรับตัวไม่ทัน

ผู้บริโภคในวันนี้ ไม่ได้เลือกซื้อเพราะสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่เลือกจาก “ความรู้สึก” “ความน่าเชื่อถือ” “ความคาดหวัง” และ “ภาพที่ธุรกิจสร้างไว้ในใจของเขา” หากแบรนด์ใดยังใช้แนวทางเดิม ๆ อยู่ การสื่อสารจะ “ไม่ทันเกม” และจะถูกมองข้ามไปในทันที แม้ว่า “สินค้าจะดีแค่ไหนก็ตาม”

2️⃣ ลูกค้าไม่รู้ว่าธุรกิจของคุณ “ต่างจากคนอื่นตรงไหน”

ธุรกิจจำนวนมาก “เหมือนกันไปหมด” จนลูกค้าแยกไม่ออกว่า ถ้าเลือกคุณแล้ว จะได้อะไรที่เหนือกว่า เมื่อไม่มีความแตกต่างที่ชัดเจน ราคาจึงกลายเป็นตัวตัดสินเพียงอย่างเดียว และนี่คือจุดที่ธุรกิจเริ่มเจ็บที่สุด กับ “สงครามราคา”

3️⃣ “ภาพลักษณ์” กับ “คุณค่า” ที่ธุรกิจส่งมอบจริง “ไม่ไปในทิศทางเดียวกัน”

ธุรกิจอาจตั้งใจทำ “ของดี” ออกมาขาย แต่ถ้าสื่อสารออกไปไม่เป็น หรือใช้ภาพลักษณ์เก่า ที่ไม่สอดคล้องกับ “Positioning ที่ควรจะเป็น” ผลลัพธ์คือ ลูกค้าเห็นอย่างหนึ่ง แต่ธุรกิจจริงเป็นอีกอย่างหนึ่ง นี่คือภาวะ “Brand Disconnection” ที่ทำให้ Conversion ต่ำลงเรื่อย ๆ

4️⃣ การตลาด “ทำไปเรื่อย ๆ” “ไม่มีระบบ” ไม่มีแกนกลางที่ชัดเจน

ยิงโฆษณา ทำคอนเทนต์ ออกโปรโมชั่น แต่ไม่เคยมี Brand Strategy, Brand Positioning ที่ชัดเจน ทำให้ทุกฝ่ายทำงานไม่ตรงกัน งบการตลาดไหลออกทุกวัน แต่ผลลัพธ์กลับไม่เกิดเท่าที่ควร

5️⃣ แบรนด์ไม่สามารถสร้าง “ความไว้วางใจ” ได้ลึกพอ

ยุคนี้แม้ลูกค้าจะตัดสินใจเร็ว แต่จะเชื่อใจแบรนด์ยาก การมีแค่โลโก้ เว็บไซต์ หรือเพจสวย ๆ ไม่เพียงพออีกต่อไป แบรนด์ต้องให้ความรู้ ต้องมีตัวตน ต้องมี Narrative ต้องสร้างความมั่นใจในทุก Touchpoint แต่หลายธุรกิจยัง “ขาดรากฐานความน่าเชื่อถือ” จึงทำให้โอกาสที่ควรจะได้ หลุดลอยไป

6️⃣ การแข่งขัน “สูงขึ้นทุกปี” แต่แบรนด์ “ยังใช้สูตรเดิม ๆ”

ตลาดในทุกอุตสาหกรรม มีคู่แข่งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งผู้เล่นใหม่ ผู้เล่นออนไลน์ และแบรนด์ต่างประเทศ ธุรกิจที่ไม่ปรับ Positioning หรือ “ไม่รีแบรนด์” เพื่อยกระดับ Perception “จะถูกกลืนหายไป” อย่างรวดเร็ว โดยไม่ทันได้ตั้งตัว

7️⃣ แบรนด์ “ไม่มีภาพจำ” ที่สร้าง “ความแตกต่าง”

ถ้าลูกค้ามองเห็นแบรนด์ “ครั้งแรก” แล้ว “จำไม่ได้” จะไม่เกิด First Impression ที่ดี และจะไม่สร้างโอกาสในการขาย ปัญหานี้เกิดขึ้น เพราะ “รูปแบบแบรนด์ไม่ชัด” ลุคนำเสนอไม่เด่น หรือใช้ภาพลักษณ์ที่ไม่สอดคล้องกับสินค้าจริง

8️⃣ แบรนด์ไม่เคย “ถูกออกแบบให้พร้อมแข่งขัน”

ปัญหาหลักของธุรกิจในวันนี้ ไม่ใช่แค่ปัญหากำลังซื้อ ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาการตลาด แต่คือการที่แบรนด์ “ยังไม่เคยถูกออกแบบให้พร้อมแข่งขัน” ตามสภาพตลาดจริงในตอนนี้

9️⃣ เจ้าของธุรกิจ “เข้าใจการรีแบรนด์ผิด”

“การรีแบรนด์” ไม่ใช่แค่เปลี่ยน “ภาพลักษณ์” แต่ต้อง “ยกเครื่องกลยุทธ์ใหม่ ทั้งระบบ” เพื่อให้สอดคล้องกับ “ตลาด” “ลูกค้า” และ “อนาคตของธุรกิจ” และการรีแบรนด์ไม่ใช่ทางเลือก แต่คือ “สิ่งจำเป็น” สำหรับเจ้าของธุรกิจในยุคนี้

✅ 4. THE INVITATION TO TRANSFORM

ผมแก้ปัญหาให้กับหลายแบรนด์
ด้วย “การรีแบรนด์เชิงกลยุทธ์”

การรีแบรนด์เชิงกลยุทธ์
ไม่ใช่แค่เปลี่ยน “ภาพลักษณ์”
แต่มันคือการ “เปลี่ยนเกม”
ให้กับธุรกิจของคุณ

ถ้าคุณ “เคยรีแบรนด์แล้ว”
แต่ “เกมยังไม่เปลี่ยน”
นั่นไม่ใช่การรีแบรนด์เชิงกลยุทธ์

“รีแบรนด์เชิงกลยุทธ์” ช่วยอะไรได้บ้าง ?

1️⃣ ปรับ “ทิศทาง” ให้ถูกต้อง และยั่งยืน
2️⃣ “ผ่าทางตัน” และ “ออกจากลูปเดิม ๆ”
3️⃣ สเกลธุรกิจใหม่เพื่อเล่นเกมที่ใหญ่ขึ้น
4️⃣ คือกลยุทธ์ “เปลี่ยนเกมให้กับธุรกิจ”
5️⃣ สร้าง “แบรนด์ + ระบบ” ที่แข็งแกร่ง
6️⃣ เพื่อแตกต่างคู่แข่ง หนีสงครามราคา
7️⃣ รองรับการยิง Ads ที่ผลลัพธ์ดีกว่า
8️⃣ ไม่ฝากยอดขายไว้กับ แอดมิน/เซลส์
9️⃣ ขายของราคาสูง/มีลูกค้าเป็นกลุ่มบน
🔟 กันแรงกระแทกจากการเปลี่ยนแปลง

มา “เปลี่ยนเกม” ให้ธุรกิจของคุณ ด้วยการ “รีแบรนด์เชิงกลยุทธ์” (Strategic Rebranding) กันครับ

✅ การ “รีแบรนด์เชิงกลยุทธ์” คือการ “วางตำแหน่งใหม่ให้กับทั้งธุรกิจ” ไม่ใช่แค่ปรับภาพลักษณ์ หรือทำเรื่องจุกจิก เล็ก ๆ น้อย ๆ

✅ การ “รีแบรนด์เชิงกลยุทธ์” คือการทบทวน “โครงสร้าง + กลยุทธ์ + ตำแหน่ง + จุดยืน + ภาพลักษณ์ + การสื่อสาร + การวางระบบสำหรับทำ Digital Marketing” ใหม่ทั้งหมด

✅ การ “รีแบรนด์เชิงกลยุทธ์” คือวิธีแก้ปัญหา “เชิงโครงสร้าง + เชิงระบบ” (เป็นการมองภาพใหญ่) ที่จะช่วยให้คุณค้นพบ “คำตอบ” ที่หามานาน

❌ การ “รีแบรนด์เชิงกลยุทธ์” ไม่ใช่การแก้ปัญหาแบบ “เฉพาะจุด” ซึ่งไม่สามารถเปลี่ยนเกมธุรกิจในภาพใหญ่ได้ (ถ้าไม่แก้ภาพใหญ่ทั้งระบบ คุณก็จะยังวนอยู่ในลูปเดิม ๆ)

✅ 5. WHO NEEDS THIS THE MOST

ใครบ้างที่ต้อง “รีแบรนด์เชิงกลยุทธ์” ?

1️⃣ SME ที่ติดเพดานการเติบโต

หลายธุรกิจเริ่มจากความสามารถในการผลิตหรือความขยัน แต่เมื่อโตมาถึงจุดหนึ่ง ยอดขายกลับไม่ขยับเพิ่ม การแข่งขันรุนแรงขึ้น ราคาถูกบีบให้ต่ำลงเรื่อย ๆ เพราะ “แบรนด์” ไม่แข็งแรงพอที่จะสร้างคุณค่าเกินราคา นี่คือสัญญาณว่าคุณต้องรีแบรนด์เชิงกลยุทธ์ เพื่อวางตำแหน่งของแบรนด์ใหม่ และเปิดประตูสู่การสเกลธุรกิจอย่างแท้จริง

2️⃣ แบรนด์ที่ขายของราคาสูง แต่สื่อสารไม่ถึงคุณค่า

ถ้าคุณขายของพรีเมียม แต่ลูกค้ามองว่า “แพงเกินไป” หรือลูกค้าไม่เข้าใจว่า ทำไมสินค้าของคุณ ถึงต่างจากตลาด นั่นไม่ใช่ปัญหาของสินค้า แต่คือ “ปัญหาของแบรนด์” หากคุณไม่รีแบรนด์เชิงกลยุทธ์ เพื่อสื่อสารคุณค่าให้ชัดเจน ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายจะมองไม่เห็นคุณค่า และท้ายที่สุดคุณก็จะถูกเปรียบเทียบด้านราคาอยู่ดี

3️⃣ ธุรกิจที่มีลูกค้ากลุ่มบน (High-End / Luxury)

ตลาดบนไม่ใช่ตลาดที่เล่นกับ “ราคา” แต่เล่นกับ “ภาพลักษณ์ ความน่าเชื่อถือ และคุณค่าที่เหนือกว่า” ถ้าแบรนด์ของคุณยังสื่อสารไม่ตรงกับความคาดหวังของกลุ่มบน คุณอาจสูญเสียความน่าเชื่อถือภายในเสี้ยววินาที การรีแบรนด์เชิงกลยุทธ์จะปรับจุดยืนให้คุณสอดคล้องกับความคาดหวังของลูกค้ากลุ่มบน เพื่อให้เขาเลือกคุณแทนที่จะไปหาคู่แข่ง

4️⃣ ธุรกิจขนาดใหญ่ หรือธุรกิจที่มีมูลค่าสูง

ยิ่งธุรกิจมีมูลค่าสูง ความเสี่ยงก็ยิ่งสูงขึ้น หากแบรนด์ล้าหลัง ไม่ตอบโจทย์ตลาด หรือไม่สามารถสร้างภาพลักษณ์ที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ใหม่ ๆ ได้ ธุรกิจทั้งระบบอาจสะดุดและเสียโอกาสมหาศาล การรีแบรนด์เชิงกลยุทธ์คือการลงทุนเพื่อปกป้องและต่อยอดมูลค่าองค์กร

5️⃣ การรีแบรนด์เชิงกลยุทธ์ “คือสิ่งจำเป็น”

ถ้าวันนี้แบรนด์ของคุณ กำลังถูกจำกัดการเติบโต, ถูกบีบด้วยราคา, ถูกเปรียบเทียบกับคู่แข่ง, ไม่สามารถตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มใหม่ที่คุณต้องการ หรือคุณต้องการสเกลธุรกิจ เพื่อเล่นเกมใหม่ที่ใหญ่ขึ้น (ธุรกิจไม่ได้มีปัญหาอะไร)

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ คุณจำเป็นต้องรีแบรนด์เชิงกลยุทธ์ เพราะการรีแบรนด์เชิงกลยุทธ์ ไม่ใช่ทางเลือก แต่คือ “สิ่งจำเป็น” ที่จะพาธุรกิจของคุณ “ก้าวไปสู่ระดับใหม่” อย่างมั่นคง

✅ 6. COMMON MISCONCEPTIONS

เรื่องที่คนมัก “เข้าใจผิด” เกี่ยวกับ “การรีแบรนด์”

1️⃣ บางคนอาจคิดว่า “ธุรกิจต้องกำลังแย่” ถึงจะต้อง “รีแบรนด์” ทั้งที่จริง ๆ แล้ว “ธุรกิจที่แข็งแรง” ก็ต้องรีแบรนด์ ถ้าคุณ “จะเล่นเกมที่ใหญ่ขึ้น”

2️⃣ บางคนอาจคิดว่า “การรีแบรนด์” จะทำให้ “ลูกค้าเก่าไม่เข้าใจ” แต่จริง ๆ แล้ว การรีแบรนด์ที่ถูกต้อง จะสื่อสารกับลูกค้าเก่าได้ลึกขึ้น และเปิดประตู “รับลูกค้าใหม่ได้ง่ายขึ้น”

3️⃣ บางคนอาจคิดว่า การรีแบรนด์ “คือค่าใช้จ่าย” โดยไม่จำเป็น แต่ความจริงแล้ว การรีแบรนด์ “คือการลงทุน” ที่ “จำเป็น” และ “คุ้มค่า” เพื่อสร้าง “คุณค่าใหม่ ๆ” ให้ธุรกิจเติบโตอย่างมีทิศทาง ทรงพลัง และยั่งยืน

4️⃣ บางคนอาจคิดว่า การรีแบรนด์ “ต้องเปลี่ยนทุกอย่างใหม่หมด” หลายคนจึงกลัว เพราะคิดว่า “ต้องทิ้งสิ่งเดิมทั้งหมด” แต่จริง ๆ แล้ว การรีแบรนด์ “คือการต่อยอดจากสิ่งที่ดีอยู่แล้ว” ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก พร้อมทั้งสื่อสารใหม่ให้ทรงพลังกว่าเดิม ไม่ใช่การทำลายตัวตนเก่า

5️⃣ บางคนอาจคิดว่า การรีแบรนด์ “ทำครั้งเดียวพอ” แต่จริง ๆ แล้ว การรีแบรนด์คือ “การปรับตัว” อย่างมีกลยุทธ์ ที่อาจเกิดขึ้นหลายครั้งในวงจรธุรกิจ เพื่อให้ “สอดคล้องกับตลาด” และ “เป้าหมายใหม่” ของธุรกิจ

6️⃣ บางคนอาจคิดว่า การรีแบรนด์ “คือเรื่องของดีไซน์” อย่างเดียว ความจริงแล้ว การรีแบรนด์คือ “เรื่องของกลยุทธ์ธุรกิจ” ที่ต้องอิงกับเป้าหมาย วิสัยทัศน์ และการตลาด ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงามทางการออกแบบ

✅ 7. CLEAR DEFINITION

“รีแบรนด์เชิงกลยุทธ์” คืออะไร ?

1️⃣ เวลาพูดถึงคำว่า “รีแบรนด์” หลายคนอาจนึกถึงการเปลี่ยนโลโก้ ปรับโทนสีใหม่ หรือออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ ให้ดูทันสมัยขึ้น แต่ความจริงแล้ว สิ่งเหล่านั้นเป็นเพียง “ปลายทาง” ของการสื่อสาร “ไม่ใช่หัวใจ” ของการรีแบรนด์ที่แท้จริง

2️⃣ การรีแบรนด์เชิงกลยุทธ์ (Strategic Rebranding) คือการ “ยกระดับแบรนด์ใหม่ทั้งระบบ” ตั้งแต่โครงสร้างธุรกิจ ตำแหน่งทางการตลาด ไปจนถึงวิธีการสื่อสารกับลูกค้า เพื่อให้แบรนด์ของคุณสามารถ “เล่นเกมใหม่” (ที่ใหญ่กว่า) และสามารถ “อยู่รอด” ในสนามการแข่งขันที่รุนแรงและมีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

3️⃣ ในโลกธุรกิจปัจจุบัน แค่มีสินค้าดีหรือบริการดี อาจไม่พออีกต่อไป เพราะคู่แข่งสามารถลอกเลียนแบบได้ แต่สิ่งที่ลอกเลียนแบบไม่ได้คือ “ตัวตนและคุณค่าที่ชัดเจนของแบรนด์” หากแบรนด์ของคุณยังสื่อสารไม่ตรงจุด หรือภาพลักษณ์ที่มีอยู่ ไม่สามารถสะท้อนศักยภาพที่แท้จริงของธุรกิจได้ คุณกำลังเสี่ยงที่จะเสียโอกาสครั้งใหญ่

4️⃣ การรีแบรนด์เชิงกลยุทธ์ จึงไม่ใช่การ “แต่งหน้า” ให้แบรนด์ดูดีขึ้นชั่วคราว แต่เป็นการ “ปรับโครงสร้าง” ให้แข็งแรงกว่าเดิม เพื่อให้แบรนด์สามารถขยายสเกลธุรกิจ เจาะตลาดใหม่ และสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

5️⃣ นี่คือเหตุผลว่าทำไมแบรนด์ระดับโลก และแม้แต่ SME ที่กำลังจะก้าวสู่การเติบโตขั้นต่อไป ต่างหันมาให้ความสำคัญกับการ “รีแบรนด์เชิงกลยุทธ์” เพราะมันไม่ใช่แค่การเปลี่ยนภาพลักษณ์ แต่คือการเปลี่ยน “อนาคตของธุรกิจ”

✅ 8. HOW IT CHANGES THE GAME

บางคนอาจคิดว่า “การรีแบรนด์” หมายถึงการเปลี่ยนโลโก้ สี ดีไซน์ หรือความสวยงาม (CI) แต่ถ้าคุณพูดถึง “การรีแบรนด์เชิงกลยุทธ์” (Strategic Rebranding) จะลึกกว่านั้นมาก มันคือการ “วางตำแหน่งใหม่ให้กับทั้งธุรกิจ” เพื่อให้สอดคล้องกับ “ตลาดเป้าหมาย” “สร้างความแตกต่างที่ชัดเจน” และ “เปิดประตูสู่การเติบโตที่ใหญ่กว่า”

“การรีแบรนด์เชิงกลยุทธ์” คือการทบทวน “กลยุทธ์ธุรกิจ + ตำแหน่งของแบรนด์ + จุดยืนของแบรนด์ + ภาพลักษณ์ + การสื่อสาร” ใหม่ทั้งหมด

โดยมีเป้าหมายเพื่อ

• กำหนดตำแหน่งใหม่ในตลาด (Repositioning)

• สร้างคุณค่าที่เหนือกว่าการแข่งขันด้านราคา

• ปรับแบรนด์ให้สอดคล้องกับเป้าหมายการเติบโตระยะยาว

• เชื่อมโยงคุณค่าธุรกิจกับความคาดหวังของลูกค้าอย่างแม่นยำ

แล้ว “การรีแบรนด์เชิงกลยุทธ์” มันเปลี่ยนเกมให้ธุรกิจได้อย่างไร?

1️⃣ จากแข่งขันด้านราคา → สร้างมูลค่าที่เหนือราคา

แทนที่จะถูกบีบด้วยการแข่งขันราคาที่ไม่จบสิ้น การรีแบรนด์เชิงกลยุทธ์จะทำให้คุณยืนอยู่ในตลาดด้วยคุณค่าที่แตกต่าง ลูกค้าเลือกคุณเพราะ “แบรนด์” ไม่ใช่เพราะราคาที่ถูกที่สุด

2️⃣ จาก SME ธรรมดา → แบรนด์ที่พร้อมสเกล

หลาย SME ติดเพดานการเติบโตมานานหลายปี เพราะ “แบรนด์ไม่แข็งแรงพอที่จะเข้าสู่ตลาดใหม่หรือเจรจากับพาร์ทเนอร์รายใหญ่” การรีแบรนด์เชิงกลยุทธ์จะสร้างภาพลักษณ์และจุดยืนที่ทำให้คุณ “น่าเชื่อถือสูง” และ “คู่ค้าต้องการร่วมงานกับคุณ” รวมถึงพาร์ทเนอร์รายใหญ่ก็จะมองคุณแตกต่างจากเดิม

3️⃣ จากธุรกิจที่ถูกมองข้าม → ธุรกิจที่โดดเด่น

ในตลาดที่เต็มไปด้วยคู่แข่ง การสื่อสารที่ไม่คมชัด จะทำให้แบรนด์ของคุณ “ถูกกลืนหาย” แต่เมื่อคุณรีแบรนด์เชิงกลยุทธ์ คุณจะมีจุดยืนที่แตกต่าง และเป็นที่จดจำ ลูกค้าจะเลือกคุณ เพราะคุณคือ “คำตอบที่ดีที่สุด” ไม่ใช่เป็นแค่ “หนึ่งในหลาย ๆ ตัวเลือกในตลาด”

4️⃣ จากแบรนด์ที่ล้าหลัง → แบรนด์ที่ทันสมัยและน่าเชื่อถือ

โลกธุรกิจไม่เคยหยุดนิ่ง การรีแบรนด์เชิงกลยุทธ์คือการอัปเดตทั้งกลยุทธ์และภาพลักษณ์ให้สอดคล้องกับยุคสมัย เพื่อทำให้แบรนด์ของคุณ ดูมีพลัง และไม่ตกขบวน

5️⃣ การรีแบรนด์เชิงกลยุทธ์ → ลงทุนเพื่อเปลี่ยนเกม

การรีแบรนด์เชิงกลยุทธ์ “คือการลงทุนเพื่อเปลี่ยนเกม” จากธุรกิจที่ “พยายามดิ้นรน” ให้กลายเป็นธุรกิจที่ “มีพลัง มีจุดยืน พร้อมขยายสู่ตลาดใหม่ ๆ ด้วยความมั่นใจ และเติบโตได้จริงอย่างชัดเจน”

✅ 9. STRATEGIC OUTCOMES YOU GAIN

“ผลลัพธ์เชิงกลยุทธ์” ที่คุณมีโอกาสได้รับ จากการ “รีแบรนด์เชิงกลยุทธ์” อย่างแท้จริง ที่ไม่ใช่แค่ปรับภาพลักษณ์ของแบรนด์

1️⃣ แตกต่างและสามารถเหนือกว่าคู่แข่งได้

แบรนด์ที่ผ่านการวางกลยุทธ์อย่างดี จะมี “จุดยืน” และ “ภาพจำ” ที่ไม่สามารถเลียนแบบได้ง่าย ๆ ไม่ต้องแข่งขันด้วยราคาหรือการตลาดแบบสิ้นเปลือง แต่แข่งขันด้วยคุณค่าและการรับรู้เชิงลึกในใจของลูกค้า (ออกจากสงครามราคา)

2️⃣ เป็นตัวเลือกแรก ๆ ในใจของลูกค้า

เมื่อแบรนด์มีตำแหน่งที่ชัดเจน (Positioning) และมีการสื่อสารอย่างสม่ำเสมอในทุก Touchpoint ลูกค้าจะจดจำคุณได้ทันที และเลือกคุณเป็นตัวเลือกอันดับแรก ๆ โดยไม่ลังเล แม้จะมีคู่แข่งจำนวนมากในตลาด

3️⃣ น่าเชื่อถือสูง เพื่อขายของราคาสูง

แบรนด์ที่มีโครงสร้างเชิงกลยุทธ์ จะไม่ใช่แค่สวย แต่ “มีที่มา” และ “มีเหตุผลรองรับ” ทำให้สามารถสร้าง Trust ได้ในระดับสูง ทำให้เป็นแบรนด์ที่กล้าตั้งราคาแบบพรีเมียม และมีคนเต็มใจจ่าย

4️⃣ ขยายธุรกิจได้ง่ายกว่าและเร็วกว่า

แบรนด์ที่มีระบบ จะสามารถต่อยอดได้ทันทีเมื่อมีโอกาส ไม่ว่าจะขยายสินค้า ขยายสาขา ขยายแฟรนไชส์ ขยายทีม หรือเปิดตลาดใหม่ ๆ เพราะรากฐานของแบรนด์แข็งแรง ไม่ต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ทุกครั้ง

5️⃣ ลดภาระ ลดเวลา ลดค่าการตลาด

เมื่อแบรนด์พูดแทนคุณได้จริง ๆ ทุกการตลาดจะง่ายและประหยัดขึ้นอย่างชัดเจน ไม่ต้องทำแคมเปญใหม่ตลอดเวลา เพราะแบรนด์คือทรัพย์สิน (Brand Asset) ที่จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าให้กับธุรกิจของคุณ

6️⃣ จัดการง่าย พึ่งตัวเองได้ ใครก็ทำได้

ระบบแบรนด์ที่วางไว้อย่างเป็นระบบ จะช่วยให้ทีมงานหรือพาร์ทเนอร์สามารถทำงานต่อได้ทันที โดยไม่ต้องอาศัยแต่เจ้าของในการตัดสินใจเรื่องการสื่อสารหรือการตลาดอีกต่อไป สามารถช่วยลดความเสี่ยงให้กับ “ธุรกิจที่ต้องพึ่งพาเจ้าของตลอดเวลา” ได้

7️⃣ สามารถเติบโตแบบก้าวกระโดดได้

การรีแบรนด์อย่างมีกลยุทธ์ เปรียบเสมือนการเปลี่ยนจาก “จักรยาน” มาเป็น “เครื่องยนต์” จะช่วยให้ธุรกิจของคุณ สามารถเติบโตในแบบ Exponential ได้ ไม่ใช่แค่แบบเส้นตรง และยังสร้างความพร้อมในการแข่งขัน ในจังหวะที่ตลาดเปลี่ยน

8️⃣ เปลี่ยนตำแหน่งของแบรนด์ให้สูงขึ้น

ไม่ใช่แค่เปลี่ยนโลโก้หรือโทนสี แต่เปลี่ยน “การรับรู้ของตลาด” ว่าแบรนด์ของคุณยืนอยู่ในระดับไหน เช่น จากผู้เล่นรายย่อย กลายเป็นผู้นำในตลาด หรือจาก Local Player กลายเป็น Regional หรือ National Brand

9️⃣ เปลี่ยนสเกลของธุรกิจให้ใหญ่ขึ้น

เมื่อแบรนด์ถูกวางรากฐานใหม่ให้แข็งแรง การสเกลธุรกิจจะไม่ใช่แค่เรื่องของการเพิ่มยอดขาย แต่เป็นการ “ยกระดับในหลายมิติ” เช่น ระบบขององค์กร โครงสร้างทีม การตลาด และการบริหารแบรนด์ในระยะยาว เป็นต้น

⬇️ ด้านล่างนี้ แนะนำบริการเพิ่มเติม ⬇️


✅ 10. INTRODUCING THE SERVICE

ขอแนะนำ บริการ Private Consult เพื่อ “รีแบรนด์เชิงกลยุทธ์” (Strategic Rebranding) ให้บริการ “ทุกขั้นตอน” โดย คุณอลงกรณ์​ ดอกดวง (Founder & MD of BRANDING.co.th) ประสบการณ์กว่า 10 ปี

บริการนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อเจ้าของธุรกิจที่ต้องการ “เปลี่ยนทิศทางให้ธุรกิจ”, “สร้างความแตกต่างแบบชัดเจน” และ “วางกระดูกสันหลังของแบรนด์” ใหม่ทั้งหมด โดยมี “ที่ปรึกษา” คอยให้คำแนะนำ “แบบใกล้ชิด” ระดับ “Founder to Founder”

✅ WHY US


ทำไมต้อง Private Consult เพื่อ “รีแบรนด์เชิงกลยุทธ์” กับเรา ?

1️⃣ เราไม่ได้ทำให้แบรนด์แค่ “สวย” แต่ทำให้ “ขายได้” และ “โตได้จริง” คุณจะได้แนวคิดการออกแบบแบรนด์ ที่อยู่บน ข้อมูล, การเข้าใจลูกค้า และกลยุทธ์การเติบโต ไม่ใช่แค่ดีไซน์ดูดี

2️⃣ จากประสบการณ์กว่า 10 ปี ของผู้ให้คำปรึกษา “มีไอเดียเชิงกลยุทธ์ที่ใช้งานได้จริง” สามารถช่วยคุณลดระยะเวลา การลองผิดลองถูกอย่างน้อย 3–5 ปี เพราะเรา Shortcut ให้คุณแล้ว

3️⃣ เราแนะนำ การออกแบบแบรนด์เชิงกลยุทธ์ “เคียงข้างเจ้าของ” ไม่ใช่แค่รับบรีฟมาแล้วแนะนำไม่ตรง แต่จะเป็นเหมือน Co-Creator ที่ช่วยคุณคิด เหมือนเป็นหุ้นส่วน

4️⃣ ทุกเคสเป็น “Customized Branding” ที่เจาะจงสำหรับคุณโดยเฉพาะ ให้คำแนะนำตาม ปัญหา เป้าหมาย และลักษณะธุรกิจของคุณ

5️⃣ คุณจะปลอดภัย 100% เพราะเราไม่ทำรีวิว ไม่ถ่ายรูปคุณ ไม่สัมภาษณ์คุณ ไม่นำคุณไปเป็นเคสให้ลูกค้ารายอื่นดู เพราะกลยุทธ์ของคุณ คือความได้เปรียบในการแข่งขัน


✅ WHAT’S INCLUDED


บริการ Private Consult เพื่อ “รีแบรนด์เชิงกลยุทธ์” ทำอะไรบ้าง ?

1️⃣ วิเคราะห์แบรนด์ปัจจุบันแบบลึก (Deep Brand Diagnosis) วิเคราะห์ปัญหาปัจจุบัน จุดแข็ง จุดอ่อน ภาพลักษณ์ การรับรู้ และสิ่งที่ทำให้แบรนด์ “ยังไม่แพงพอ” หรือ “ยังโตไม่ได้”

2️⃣ ให้คำแนะนำ “ทิศทางใหม่ของแบรนด์” ระดับกลยุทธ์ วาง Vision / Mission / Core Values / Strategic Goals เพื่อให้แบรนด์เป็น “เข็มทิศธุรกิจ” ไม่ใช่แค่โลโก้

3️⃣ ให้คำแนะนำ การกำหนด “สารหลักของแบรนด์” (Core Messaging) วาง Main Message, Value Message, Selling Message เพื่อให้ทุกช่องทางสื่อสาร “คม ชัด จำง่าย และแตกต่าง”

4️⃣ ให้คำแนะนำ การออกแบบ “โครงสร้างแบรนด์ใหม่” (Brand Architecture) ปรับ Brand Positioning / Brand Hierarchy / Strategic Differentiation เพื่อให้แบรนด์มีพื้นที่เด่นชัดในใจลูกค้า (มูลค่าบริการแบบแยก 50,000 บาท)

5️⃣ ให้คำแนะนำ การวางระบบสำหรับทำ Digital Marketing ที่ทรงพลังและยั่งยืน การวางระบบ Content, Funnel, Omnichannel, Community และระบบการขาย (มูลค่าบริการแบบแยก 50,000 บาท)

6️⃣ เป็นที่ปรึกษาส่วนตัวแบบใกล้ชิด เป็นเวลา 2 เดือนเต็ม เพื่อพาเปลี่ยนผ่านไปสู่กลยุทธ์ใหม่ สามารถติดต่อที่ปรึกษาได้ 24 ชม. ทุกวัน ให้คำปรึกษาโดย Founder of BRANDING.co.th (มูลค่าบริการแบบแยก 50,000 x 2 = 100,000 บาท)

( ดู ค่าบริการ ที่ ข้อ 14 )


✅ SERVICE PROCESS (STEP BY STEP)


ขั้นตอนการให้บริการ Private Consult เพื่อ “รีแบรนด์เชิงกลยุทธ์” (Strategic Rebranding)

1️⃣ เริ่มต้นด้วยการพูดคุยเบื้องต้นผ่าน LINE

ลูกค้าทัก LINE เพื่อพูดคุยกับ “ที่ปรึกษา” โดยตรง เพื่อให้เข้าใจภาพรวมของธุรกิจ ปัญหาที่กำลังเผชิญ และเป้าหมายที่ต้องการให้แบรนด์เติบโตไปถึง

2️⃣ กำหนดวันเข้ารับ Private Consult แบบตัวต่อตัว

ลูกค้าสามารถเลือกวันที่สะดวกสำหรับการให้คำปรึกษาเต็มวัน (เวลา 10:00 – 17:00 น.) โดยตลอดทั้งวันจะเป็นการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อวางแนวทาง “รีแบรนด์เชิงกลยุทธ์” อย่างเป็นระบบ

3️⃣ ลูกค้ายืนยันวันนัด ด้วยการชำระค่าบริการเต็มจำนวน

เมื่อทำการชำระค่าบริการ วันและเวลาที่ลูกค้าเลือก จะถูก “ล็อกไว้เฉพาะ” สำหรับลูกค้าท่านนั้นทันที ที่ปรึกษาจะไม่รับงานอื่นในวันเดียวกัน เพื่อให้สามารถโฟกัสได้อย่างเต็มที่

*** ลูกค้าที่ต้องการยืนยันวันนัด กรุณาชำระเงินทันที เนื่องจากคิวงานมีจำนวนจำกัด และมีลูกค้าติดต่อเข้ามาตลอดเวลา ***

4️⃣ เข้ารับคำปรึกษาแบบเข้มข้นตลอดวัน

Private Consult 1 วันเต็ม (10:00 – 17:00 น.) วิเคราะห์ธุรกิจ และวางกลยุทธ์สู่ทิศทางใหม่ หากยังไม่ได้ข้อสรุปที่ครบถ้วน ที่ปรึกษาจะ Consult ต่อ จนกว่าจะได้แผนที่ชัดเจนและนำไปใช้ได้จริง

5️⃣ ดูแลต่อเนื่อง ตลอด 2 เดือน หลังการ Consult

หลังวันให้คำปรึกษา ที่ปรึกษาจะยังคงเป็น “พาร์ตเนอร์ทางกลยุทธ์” ให้กับลูกค้าอีก 2 เดือน พร้อมให้คำแนะนำเชิงลึกด้านแบรนด์และการตลาดออนไลน์ สามารถติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน เพื่อให้แน่ใจว่าแบรนด์จะเดินไปในทิศทางที่วางไว้จริง


Add LINE เพื่อเริ่มต้นพูดคุยเบื้องต้น


✅ 11. TERMS & CONDITIONS

เพื่อให้การทำงานร่วมกัน เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และอยู่ในขอบเขตที่ชัดเจน จึงกำหนดข้อตกลงและเงื่อนไขในการให้บริการ สำหรับบริการ Private Consult เพื่อ “รีแบรนด์เชิงกลยุทธ์” (Strategic Rebranding) ดังต่อไปนี้

1️⃣ คุณสมบัติของผู้รับบริการ

บริการนี้รับเฉพาะ “เจ้าของธุรกิจ” หรือผู้มีอำนาจตัดสินใจหลักของกิจการเท่านั้น ไม่สามารถมอบสิทธิ์ให้บุคคลอื่นเข้าร่วมแทนได้

2️⃣ ขอบเขตของบริการ

บริการนี้เป็นการ “ให้คำปรึกษาด้านการสร้างแบรนด์และการตลาดออนไลน์เชิงกลยุทธ์” เท่านั้น โดยครอบคลุมเรื่องต่อไปนี้

• การวิเคราะห์แบรนด์
• การให้คำแนะนำด้านกลยุทธ์แบรนด์
• การให้คำแนะนำด้านการออกแบบโครงสร้างการสื่อสารออนไลน์ของแบรนด์
• การให้คำแนะนำด้านการตลาดออนไลน์

3️⃣ สิ่งที่ “ไม่รวม” อยู่ในบริการนี้

เพื่อความชัดเจน บริการนี้ ไม่ได้รวมถึง

3.1 ไม่ใช่การ “รับทำแบรนด์” เช่น

• ไม่ได้รับทำโลโก้
• ไม่ได้รับออกแบบอัตลักษณ์แบรนด์ (CI)
• ไม่ได้รับออกแบบสื่อกราฟิก
• ไม่ได้รับออกแบบเว็บไซต์

(บริการนี้ เป็นการให้คำปรึกษา ไม่ใช่งานผลิต)

3.2 ไม่ใช่การ “รับ สร้าง/ดูแล สื่อออนไลน์ให้ลูกค้า” เช่น

• ไม่ได้รับทำเว็บไซต์
• ไม่ได้รับดูแล Social Media
• ไม่ได้รับทำแคมเปญโฆษณา

3.3 ไม่ใช่การ “ทำคอนเทนต์ให้ลูกค้า” เช่น

• ไม่ได้เขียนบทความให้ลูกค้า
• ไม่ได้ออกแบบภาพให้ลูกค้า
• ไม่ได้ทำกราฟิกให้ลูกค้า
• ไม่ได้ถ่ายทำ / ไม่ได้ตัดต่อวิดีโอ ให้ลูกค้า

3.4 ไม่ใช่การ “บริหารทีมงานให้ลูกค้า” เช่น

• ไม่ได้เข้าไปเป็นหัวหน้าทีม
• ไม่ได้เข้าไปเป็นผู้บริหารทีมการตลาดหรือทีมคอนเทนต์
• ไม่ได้เข้าไปจัดการภายในองค์กร

3.5 ไม่ใช่การเป็นที่ปรึกษาด้านอื่นนอกเหนือจากแบรนด์และการตลาดออนไลน์ เช่น

• ไม่ได้เป็นที่ปรึกษากฎหมาย
• ไม่ได้เป็นที่ปรึกษาบัญชีหรือภาษี
• ไม่ได้เป็นที่ปรึกษาการบริหารองค์กร
• ไม่ได้เป็นที่ปรึกษาด้านการเงิน

3.6 ไม่ได้ช่วย ออกแบบ, พัฒนา, ผลิต หรือจัดหา “สินค้า/บริการ” ให้ลูกค้า เช่น

• ไม่ได้ช่วยออกแบบ “สินค้า/บริการ” ให้ลูกค้า (ทั้ง “สินค้า/บริการ” เก่าและใหม่)
• ไม่ได้ช่วยพัฒนาสูตร “ผลิตภัณฑ์/บริการ” ให้ลูกค้า
• ไม่ได้ช่วยผลิตสินค้าแทนลูกค้า
• ไม่ได้ช่วยจัดหาผู้ผลิต, ซัพพลายเออร์ หรือผู้รับจ้างผลิต (OEM/ODM) ให้ลูกค้า

(บริการนี้ มุ่งเน้นด้านกลยุทธ์ ไม่เกี่ยวข้องกับงานพัฒนา “สินค้า/บริการ” โดยตรง)

4️⃣ บทบาทของที่ปรึกษาและการตัดสินใจของลูกค้า

• คำแนะนำทั้งหมดเป็นข้อมูลเชิงกลยุทธ์สำหรับการตัดสินใจของลูกค้า

• ลูกค้ามีสิทธิ์ในการพิจารณาเลือกทำหรือไม่ทำตามคำแนะนำได้เต็มที่

• ที่ปรึกษาจะไม่มีการบังคับหรือกำหนดให้ต้องดำเนินการตามคำแนะนำ

5️⃣ ขอบเขตความรับผิดชอบทางธุรกิจ

บริการนี้ “ไม่ใช่การรับบริหารธุรกิจให้ลูกค้า” และไม่มีการรับประกันผลลัพธ์ด้านธุรกิจ เช่น

• ไม่ได้รับประกันยอดขาย
• ไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ของการดำเนินการ
• ไม่ได้รับประกันความสำเร็จทางธุรกิจในรูปแบบใด ๆ

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจ การปฏิบัติ การลงทุน และสภาพตลาดของลูกค้าเป็นสำคัญ

✅ 12. ABOUT YOUR CONSULTANT

ผมคือ “ที่ปรึกษาการสร้างแบรนด์เชิงกลยุทธ์” (Strategic Branding Consultant) ที่พร้อมจะเดินร่วมทางไปกับคุณ เพราะทุกธุรกิจ ล้วนต้องการ “แบรนด์ที่แข็งแรง” สิ่งที่ผมทำคือ การพาธุรกิจออกจากกับดักเดิม ๆ

➡️ บางแบรนด์ เริ่มต้นจากศูนย์ และไม่รู้ว่าจะวางตำแหน่งของแบรนด์อย่างไร ให้มีจุดยืนที่มั่นคง

➡️ บางแบรนด์ กำลังเผชิญกับวิกฤติ ยอดขายหด ลูกค้าหาย ไม่มีใครจดจำแบรนด์ได้ และถูกคู่แข่งบีบให้แข่งขันด้วยราคา

➡️ บางแบรนด์ แม้จะเติบโตได้ระดับหนึ่ง แต่ก็ติดเพดาน ไม่สามารถขยายตลาดได้ และไม่มีความแตกต่างที่ชัดเจนในตลาด

➡️ บางแบรนด์ เป็นธุรกิจที่มีมูลค่าสูง แต่ภาพลักษณ์และการสื่อสาร ยังไม่สมกับมูลค่า ทำให้สูญเสียโอกาสไปอย่างมหาศาล

นี่คือ Pain Points ที่ผมเห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และมันคือเหตุผลที่ทำให้ผมเป็น “ที่ปรึกษาการสร้างแบรนด์เชิงกลยุทธ์” (Strategic Branding Consultant)

ผมทำงานกับเจ้าของธุรกิจโดยตรงเท่านั้น ไม่ได้ทำงานกับพนักงานของลูกค้า และผมจะทำงานกับลูกค้าด้วยตัวเองในทุกขั้นตอนของบริการ ไม่ใช่เอเจนซี่ที่จ้างพนักงานให้มาทำงานแทนผม และผมไม่ใช่นักออกแบบ CI หรือดีไซน์เนอร์ ที่มุ่งแค่ “ทำให้แบรนด์สวย”

แต่สิ่งที่ผมทำคือ “วิเคราะห์ธุรกิจ”, “ออกแบบโครงสร้างของแบรนด์ใหม่”, “วางตำแหน่งของแบรนด์ใหม่” และ “ออกแบบกลยุทธ์เพื่อเปลี่ยนเกมให้กับธุรกิจ”

แนวทางของผม คือการเข้าไปจับ “จุดยุทธศาสตร์ที่แท้จริงของแบรนด์” เพราะมันคือแก่น คือสิ่งสำคัญที่สุด และเร่งด่วนที่สุด ที่เจ้าของแบรนด์จะต้องทำ

ไม่ว่าคุณจะอยู่ในสถานการณ์ใด และอุตสาหกรรมไหน

➡️ เริ่มต้นจากศูนย์ ยังมองภาพรวมไม่ออก
➡️ ไปต่อไม่ได้ ไม่รู้จะเอายังไงดี
➡️ ติดเพดาน วนอยู่ในลูปเดิม ๆ มาหลายปี
➡️ เจอวิกฤติหนัก มืดแปดด้าน หาทางออกไม่เจอ
➡️ มองหาโอกาสใหม่ ๆ และต้องการยกระดับของแบรนด์
➡️ ต้องการขยายธุรกิจ และสเกลธุรกิจใหม่

ผมจะทำงานกับคุณ อย่างใกล้ชิด เพื่อให้แบรนด์ของคุณ ไม่เพียงแค่ “ดูดี” แต่ต้อง มีจุดยืนที่ชัดเจน, แตกต่าง และสร้างพลังให้ธุรกิจของคุณ สามารถเดินหน้าได้อย่างมั่นใจ

ไม่ว่าคุณจะเริ่มต้นจากศูนย์, พัฒนาต่อยอด หรือต้องการรีแบรนด์ “การสร้างแบรนด์เชิงกลยุทธ์” (หรือรีแบรนด์เชิงกลยุทธ์) จะไม่ใช่แค่การเปลี่ยน “ภาพลักษณ์” แต่คือการ “เปลี่ยนอนาคต” ให้กับธุรกิจของคุณ และผมจะยืนอยู่ตรงนี้ เพื่อพาคุณก้าวไปสู่อนาคตนั้น

ธุรกิจที่มั่นคงและแตกต่าง เริ่มต้นจากแบรนด์ที่ “ชัดเจนและทรงพลังพอที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริง” หากคุณต้องการที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ “เพื่อเปลี่ยนเกม” ผมยินดีที่จะร่วมเดินทางไปกับคุณ บนเส้นทางของ “การสร้างแบรนด์อย่างแท้จริง”


✅ ตลอดระยะเวลากว่าทศวรรษ ผมเปิดหลักสูตรและเวิร์กช็อปด้านการสร้างแบรนด์ พร้อมทั้งให้คำปรึกษาผู้เรียน มาแล้วกว่า 100 รุ่น (ปัจจุบันไม่ได้นับรุ่นแล้ว)


ผมเริ่มต้นเส้นทางนี้ ตั้งแต่ปี 2555 (หลังจากเริ่มสะสมองค์ความรู้ มาตั้งแต่ ปี 2543) ตอนนั้นผู้คนยังไม่ค่อยโฟกัสสร้างแบรนด์อย่างจริงจังเหมือนในทุกวันนี้ แต่ผมกลับหลงใหลในการสร้างแบรนด์เอามาก ๆ ผมมองการสร้างแบรนด์ให้กับธุรกิจว่าเป็นอะไรที่ลึกกว่าแค่มีช่องทางออนไลน์แล้วทำคอนเทนต์โพสต์สร้างผู้ติดตาม

ผมเห็นว่าหลายแบรนด์มีสินค้าที่ดี มีทีมที่ตั้งใจ แต่ขาดสิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง คือ “แบรนด์ที่สื่อสารตัวตนและคุณค่าได้ชัดเจน” ผมจึงเริ่มลงมือพัฒนากลยุทธ์ในการสร้างแบรนด์ที่เจ้าของแบรนด์สามารถนำไปใช้งานได้จริง

และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการเดินทางของผม ในฐานะ “นักสร้างแบรนด์เชิงกลยุทธ์” (Strategic Brand Builder) ที่ตั้งใจจะทำให้คำว่า “แบรนด์” กลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้ เข้าใจได้ และใช้ “เปลี่ยนเกม” ให้กับธุรกิจได้จริง ๆ

ตลอดระยะเวลากว่าทศวรรษ ผมได้เปิดหลักสูตรและเวิร์กช็อปด้านการสร้างแบรนด์มาแล้วกว่า 100 รุ่น สิ่งที่ผมยึดถือมาโดยตลอดคือ ผมจะไม่สอนสิ่งจุกจิก แต่จะพาลูกค้า “มองภาพใหญ่”

เพราะการสร้างแบรนด์ ไม่ใช่แค่เรื่องโลโก้ สี ดีไซน์ หรือการโพสต์คอนเทนต์ แต่คือ “วิธีคิด + กระบวนการสร้างคุณค่า + ระบบ” ที่ทำให้ธุรกิจอยู่รอดได้ในระยะยาว ดังนั้น ทุกหลักสูตรที่ผมสอน จึงไม่ได้มุ่งให้ผู้เรียน “จดจำแค่สูตรในการทำ” แต่จะให้เข้าใจถึง “วิธีคิดของแบรนด์ที่ยั่งยืน”

ผมเชื่อเสมอว่า ถ้าเจ้าของธุรกิจเข้าใจ “แก่นของแบรนด์” เขาจะเข้าใจ “ทิศทาง” และตัดสินใจทุกอย่างได้อย่างถูกต้อง เพราะแบรนด์ที่แข็งแรง เริ่มจาก “เจ้าของที่เข้าใจตัวเองและลูกค้าอย่างแท้จริง”

✅ ในฐานะที่ผมเป็น “ที่ปรึกษาการสร้างแบรนด์เชิงกลยุทธ์” กว่า 10 ปี ผมมีโอกาสได้ร่วมงานกับแบรนด์ต่าง ๆ มาแล้วจำนวนมาก ทั้งระดับบุคคล และระดับองค์กร ตั้งแต่แบรนด์ SME ที่เพิ่งเริ่มต้น ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่


จากประสบการณ์กว่า 10 ปี ผมได้เห็น “เบื้องหลังของความสำเร็จ” และ “รอยรั่วที่ทำให้แบรนด์สะดุด” มานับไม่ถ้วน ในหลากหลายอุตสาหกรรม สิ่งที่ผมได้เรียนรู้คือ “ทุกแบรนด์มีจุดแข็งอยู่แล้วในตัว เพียงแต่ยังไม่ถูกถอดออกมาอย่างเป็นระบบ”

งานของผมจึงไม่ใช่การบอกว่า ควรเป็นอย่างไร แต่คือการ “ค้นหาตัวตนที่แท้จริงของแบรนด์นั้น แล้ววางกลยุทธ์ให้เดินต่ออย่างมั่นคง”

ผมเชื่อในการทำงานร่วมกับเจ้าของธุรกิจแบบ Real Partnership พูดตรง มองกว้างและลึก และมุ่งหาคำตอบที่ยั่งยืน ไม่ใช่คำตอบที่สวยงามฉาบฉวยเพียงชั่วคราว

แม้ลูกค้าหลายคนจะเรียกผมว่า “อาจารย์” แต่ในความเป็นจริง ผมไม่ใช่อาจารย์เลย ผมคือ นักสร้างแบรนด์ที่ใช้กลยุทธ์เป็นเข็มทิศ ผมไม่ได้มาจากสายดีไซน์ สิ่งที่ผมมองไม่ใช่แค่แบรนด์สวยดูดี แต่ผมมอง “ระบบรองรับในระยะยาว”

ทุกกลยุทธ์ที่ผมวางให้กับแบรนด์ของลูกค้า จะไม่ได้มองแค่เพื่อให้แบรนด์ดูดีในวันนี้ แต่มองเพื่อให้แบรนด์ “ยืนได้” ในอีก 3 ปี 5 ปี 10 ปี หรือยาวกว่านี้ เพราะสุดท้ายแล้ว ผมเชื่อว่า “แบรนด์ที่ยั่งยืน ไม่ได้เกิดจากการทำให้คนแค่จำได้ แต่เกิดจากการทำให้คนไว้วางใจและมีระบบรองรับ”

และนั่นคือสิ่งที่ผมทำมาตลอดกว่า 10 ปี

เปลี่ยนทิศทางที่ถูกต้อง (วิธีคิด) ให้กลายเป็นกลยุทธ์
เปลี่ยนแบรนด์ให้กลายเป็นทรัพย์สิน
และเปลี่ยนเจ้าของธุรกิจให้กลายเป็น
ผู้นำที่มีแบรนด์ในตัวเองอย่างแท้จริง


🙏 ขอบคุณทุกท่านที่กรุณาให้ความสนใจ

อลงกรณ์ ดอกดวง

• Founder & MD of BRANDING.co.th
• Strategic Branding Consultant
• 10+ Years of Experience


สามารถติดต่อผมได้ 24 ชั่วโมง ทุกช่องทางครับ


✅ 13. WHY YOU NEED A BRAND CONSULTANT

ทำไม “การสร้างแบรนด์” (หรือรีแบรนด์) จึงควรมีที่ปรึกษา? (บริการนี้ ผู้ให้บริการจะเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวให้กับลูกค้าเป็นเวลา 2 เดือน)

1️⃣ เพราะคุณต้องการ “คนพาทำ” ไม่ใช่แค่ “คนให้ความรู้”

ถ้าแค่เรียนรู้ แล้วกลับไปลองผิดลองถูกเอง คุณอาจ “ติดอยู่ที่เดิม” อีกหลายเดือนหรือหลายปี แต่ถ้ามีที่ปรึกษา คุณจะมี “คนพาเดินไปข้างหน้า” ทีละขั้น แบบไม่หลงทาง

2️⃣ เพราะคุณต้องการ “เปลี่ยนเกม” ไม่ใช่แค่เปลี่ยนรูปลักษณ์

ที่ปรึกษาที่ดี จะพาคุณวิเคราะห์ “ลึกกว่า” แค่ภาพลักษณ์ภายนอก แต่จะพาคุณเปลี่ยน “แก่นของแบรนด์” และเพิ่มกลยุทธ์ที่จะทำให้ธุรกิจของคุณ “โดดเด่นกว่าคู่แข่ง” ในระดับโครงสร้าง

3️⃣ เพราะคุณต้องการ “ขยายธุรกิจ” อย่างมั่นคง และรวดเร็ว

การสร้างแบรนด์เพื่อขยายตลาดหรือสเกลธุรกิจ ต้องมี “ระบบ” ไม่ใช่แค่แรงบันดาลใจ ที่ปรึกษาจะช่วยคุณวางกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ ให้พร้อมเติบโต “อย่างเป็นระบบ”

4️⃣ เพราะคุณต้องการ “ผลลัพธ์ ไม่ใช่แค่คำแนะนำ”

ที่ปรึกษาจะทำงานเคียงข้างคุณ ช่วยวางแผน ใช้ประสบการณ์คิดแทนคุณในจุดที่ควรคิด และตรวจสอบทุกจุดอ่อนที่อาจทำให้แบรนด์ของคุณไม่ทรงพลัง

5️⃣ เพราะคุณต้องการ “ลดความเสี่ยง”

การสร้างแบรนด์ หากวางกลยุทธ์ผิด อาจเสียลูกค้าเก่า และไม่ได้ลูกค้าใหม่ ที่ปรึกษาจะช่วยคุณวางแผน ให้การเปลี่ยนผ่านไม่มีผลกระทบ สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าเก่ามากกว่าที่เคย และสร้างลูกค้าใหม่ที่รู้จักแบรนด์แต่ยังไม่เคยเลือก

6️⃣ เพราะคุณต้องการ “ทีมที่เข้าใจในสิ่งเดียวกัน”

ที่ปรึกษาจะช่วยให้ “คุณ” และ “ทีมของคุณ” เข้าใจทิศทางของแบรนด์ ไปในทางเดียวกัน เพื่อเปลี่ยนจาก “ธุรกิจที่ต้องรอเจ้าของ” ไปสู่ “ทีมที่ทำงานแทนได้”

7️⃣ เพราะคุณต้องการ “เติบโตแบบก้าวกระโดด ไม่ใช่ค่อยเป็นค่อยไป”

ที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ จะรู้ว่า “จุดไหนต้องทุ่ม” “จุดไหนต้องเบรก” “จุดไหนต้องลุย” คุณจึงไม่ต้องเสียเวลาเรียนรู้จากความผิดพลาดหลาย ๆ ปี ที่สร้างความเสียหายมหาศาล กว่าจะได้เรียนรู้บางอย่าง

8️⃣ เพราะคุณต้องการ “แบรนด์ที่คนอยากติดตาม ไม่ใช่แค่ขายได้”

“การสร้างแบรนด์เชิงกลยุทธ์” ไม่ใช่แค่เรื่องการขาย แต่คือการสร้าง “แบรนด์ที่น่าดึงดูด” ที่ปรึกษาจะช่วยคุณวางกลยุทธ์เพื่อสร้างผู้ติดตาม (สาวก) เพื่อสร้างความยิ่งใหญ่และยั่งยืนในระยะยาว

9️⃣ เพราะคุณต้องการ “ยกระดับของแบรนด์ให้สูงกว่าที่เป็นอยู่”

การที่แบรนด์ของคุณ อยู่ในตลาดได้อย่างดี มาหลายปี ไม่ได้แปลว่า “จะดีขึ้นอีกไม่ได้” ที่ปรึกษาจะมองเห็นศักยภาพที่คุณยังไม่ได้ใช้หรือคุณอาจยังมองไม่เห็น เพื่อช่วยให้แบรนด์ของคุณ ขึ้นไปอยู่ในระดับที่คู่แข่งมองคุณเป็น “แบรนด์ต้นแบบ” (Benchmark)

🔟 เพราะคุณไม่ได้ต้องการแค่ “อยู่รอด” แต่คุณต้องการ “นำตลาด”

ที่ปรึกษาไม่ได้แค่พาคุณหลบวิกฤต แต่จะพาคุณ “เปลี่ยนสถานะ” จากแบรนด์ที่ “วิ่งตามตลาด” ไปสู่แบรนด์ระดับ “แถวหน้า” ที่สามารถกำหนดทิศทางของตัวเองได้

✅ 14. SERVICE FEE

ค่าบริการ Private Consult เพื่อ “รีแบรนด์เชิงกลยุทธ์” (Strategic Rebranding)

• Private Consult เจ้าของแบรนด์ 1 วันเต็ม (เวลา 10:00 - 17:00 น.) โดยลูกค้าสามารถเลือกวัน Consult ได้เอง

• เป็นที่ปรึกษาส่วนตัวให้กับลูกค้า เป็นเวลา 2 เดือนเต็ม (เฉพาะเจ้าของแบรนด์ที่เข้าร่วม Private Consult เท่านั้น ไม่ได้เป็นที่ปรึกษาให้กับ ทีม/องค์กร)

• ไม่มี Consult สำหรับ ทีมงาน/พนักงาน


✅ ค่าบริการคิดตามจำนวนลูกค้า (เจ้าของแบรนด์) ที่เข้าร่วม Private Consult


1️⃣ สำหรับลูกค้าท่านแรก

ยืนยันวันนัดวันนี้ รับสิทธิ์ราคาพิเศษ ท่านแรก 39,900 บาท (รวม VAT 7% แล้ว) จากราคาปกติ 59,900 บาท

กรณี หัก ณ ที่จ่าย 3%, ยอดโอน 38,781.31 บาท, ยอด หัก ณ ที่จ่าย 1,118.69 บาท

( Private Consult มีคุณค่ามากกว่า 79,900 บาท เพราะคุณจะได้ทั้ง การวิเคราะห์แบรนด์ + Consult แบบส่วนตัว + ความรู้ + Mindset + Solutions + การดูแลแบบที่ปรึกษาส่วนตัว จากที่ปรึกษา นาน 2 เดือนเต็ม )

2️⃣ สำหรับลูกค้าท่านที่สองเป็นต้นไป (ภายใต้แบรนด์เดียวกัน)

สำหรับลูกค้าท่านที่สองเป็นต้นไป คิดเพิ่มท่านละ 19,900 บาท ราคานี้รวม VAT 7% แล้ว

กรณี หัก ณ ที่จ่าย 3%, ยอดโอน ท่านละ 19,342.06 บาท, ยอด หัก ณ ที่จ่าย ท่านละ 557.94 บาท

✅ ข้อมูลบริษัท สำหรับทำหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย


• บริษัท แบรนดิ้ง แอนด์ โซเชียล มีเดีย มาร์เก็ตติ้ง สแทรททิจิ (ประเทศไทย) จำกัด (สำนักงานใหญ่)

• เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 0105557128025

• ที่อยู่ 299/754 หมู่บ้าน มัณฑนา เลค วัชรพล ถนนสุขาภิบาล 5 ซอย 63/2 แขวงสายไหม เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร 10220

• ให้ลูกค้านำหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย มายื่นในวันทำ Private Consult

• รับ ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี ในวันทำ Private Consult


✅ วิธีชำระเงิน และวิธีแจ้งชำระเงิน


➡️ วิธีชำระเงิน

ชำระเงินโดยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของบริษัท

ธนาคารกสิกรไทย
สาขา เทสโก้ โลตัส ประชาชื่น
ชื่อบัญชี บจก. แบรนดิ้ง แอนด์ โซเชียล มีเดีย มาร์เก็ตติ้ง สแทรททิจิ (ประเทศไทย)
เลขที่บัญชี 9542180827

➡️ วิธีแจ้งชำระเงิน

แจ้งชำระเงินได้ 3 ช่องทาง คือ โทรศัพท์, LINE และ Messenger


✅ 15. SERVICE LOCATION

สถานที่ให้บริการ Private Consult เพื่อ “รีแบรนด์เชิงกลยุทธ์” (Strategic Rebranding)

(ไม่มีบริการนอกสถานที่)

BRANDING AND SOCIAL MEDIA MARKETING STRATEGY (THAILAND) CO., LTD.

299/754 หมู่บ้าน มัณฑนา เลค วัชรพล ถนนสุขาภิบาล 5 ซอย 63/2 แขวงสายไหม เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร 10220

Call Center : 097-225-2555
LINE OA : @branding
Website : www.branding.co.th
Email : info@branding.co.th

เวลาทำการ 24 ชม. ทุกวัน

‎BRANDING.co.th - LOGO.‎005.png

BRANDING.co.th

“Game-Changing Branding”
“เปลี่ยนเกมด้วยแบรนด์”

BRANDING.co.th คือที่ปรึกษาด้านการสร้างและรีแบรนด์เชิงกลยุทธ์ ที่ทำงานร่วมกับเจ้าของธุรกิจโดยตรงในมุมมองแบบ Founder to Founder เพื่อวางแกนความคิด ทิศทาง และระบบแบรนด์ ให้รองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว เราไม่ได้ทำแบรนด์เพื่อความสวยงาม แต่สร้างแบรนด์ในฐานะเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ ที่ช่วยให้ธุรกิจตัดสินใจได้ชัด เติบโตได้จริง และแข่งขันได้อย่างยั่งยืน

BRANDING AND SOCIAL MEDIA MARKETING STRATEGY (THAILAND) CO., LTD.

299/754 หมู่บ้าน มัณฑนา เลค วัชรพล ถนนสุขาภิบาล 5 ซอย 63/2 แขวงสายไหม เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร 10220

เวลาทำการ 24 ชั่วโมง ทุกวัน

© BRANDING.co.th | All rights reserved.

Founder to Founder

บริการทั้งหมดของ BRANDING.co.th อยู่ภายใต้แนวคิด “Founder to Founder” ทุกบริการให้บริการโดย Founder of BRANDING.co.th และเป็นบริการสำหรับ Founder เท่านั้น

เราไม่ได้ทำงานในบทบาทเอเจนซี่ แต่เป็นการทำงานในระดับ Founder to Founder อย่างแท้จริง ทุกบริการถูกออกแบบจากมุมมองของผู้ก่อตั้งที่เข้าใจการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ การเติบโตขององค์กร และความเสี่ยงในระดับธุรกิจ เราพูดคุย วิเคราะห์ และวางกลยุทธ์ในระดับเจ้าของ มองแบรนด์เป็นโครงสร้างเชิงกลยุทธ์ของการเติบโต ไม่ใช่เพียงเครื่องมือสื่อสารหรือการตลาดระยะสั้น แต่เพื่อให้ทุกการตัดสินใจส่งผลต่อการเปลี่ยนเกมธุรกิจ และมีความยั่งยืนในระยะยาว

เบื้องหลังแนวคิดนี้ คือความเชื่อของเรา ว่าผู้ก่อตั้งควรได้ทำงานกับพาร์ตเนอร์ทางกลยุทธ์ที่เข้าใจโลกของผู้ก่อตั้งจริง ๆ เราไม่ได้มองคุณในฐานะลูกค้า แต่มองคุณในฐานะ Founder ที่ต้องตัดสินใจภายใต้ความเสี่ยง ความกดดัน และความหวังในทุกวัน เราพูดคุยและวางกลยุทธ์กันในระดับเจ้าของธุรกิจ มองแบรนด์เป็นเครื่องมือที่จะพาธุรกิจเติบโตอย่างมีทิศทาง ไม่ใช่แค่สวยหรือดังในช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ให้เป็นแบรนด์ที่แข็งแรงและเดินต่อไปได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

ภาพโปร่ง 100x100
ภาพโปร่ง 100x100

Founder Discovery Call

Founder Discovery Call คือการสนทนาเบื้องต้นแบบตัวต่อตัว สำหรับ Founder ที่ยังไม่ได้เข้าร่วม Founder Programs ของ BRANDING.co.th เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้ก่อตั้งได้เล่า “บริบทธุรกิจจริง” ปัญหาที่กำลังเผชิญ และทิศทางที่ต้องการพาธุรกิจไป

การสนทนานี้เป็นการช่วยกันมองภาพเชิงกลยุทธ์ วิเคราะห์โจทย์หลักของแบรนด์และการเติบโตอย่างตรงไปตรงมา เพื่อประเมินว่าควรเริ่มต้นแก้ปัญหาจากจุดใด แนวทางใดเหมาะกับธุรกิจของคุณ และ BRANDING.co.th ควรเข้าไปมีบทบาทในฐานะพาร์ตเนอร์เชิงกลยุทธ์หรือไม่ ทั้งหมดเกิดขึ้นบนพื้นฐานของการทำงานแบบ Founder to Founder อย่างแท้จริง

ภาพโปร่ง 100x100
ภาพโปร่ง 100x100

Founder Programs

โปรแกรมการเรียนรู้และพัฒนาธุรกิจสำหรับผู้ก่อตั้งและผู้นำองค์กร ที่ต้องการยกระดับวิธีคิด ระบบการเติบโต และการสร้างแบรนด์เชิงกลยุทธ์ เพื่อพาธุรกิจเติบโตอย่างมีทิศทาง ชัดเจน และยั่งยืนในระยะยาว

ภาพโปร่ง 100x100
ภาพโปร่ง 100x100

Strategic Rebranding

Strategic Rebranding คือการรีแบรนด์ที่เริ่มจาก กลยุทธ์ธุรกิจ ไม่ใช่แค่เปลี่ยนโลโก้หรือภาพลักษณ์ แต่คือการปรับตำแหน่งแบรนด์ แนวคิด คุณค่า และระบบการสื่อสารทั้งหมด เพื่อให้แบรนด์เติบโต แข่งขันได้ และสอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวของธุรกิจ

ภาพโปร่ง 100x100
ภาพโปร่ง 100x100

Brand Growth System

Brand Growth System คือระบบการเติบโตของแบรนด์ที่ออกแบบอย่างเป็นโครงสร้าง ไม่ใช่การทำการตลาดแบบแยกส่วน แต่เริ่มตั้งแต่การวางรากฐานเชิงกลยุทธ์ของแบรนด์ (Brand Strategy) การกำหนดตำแหน่งและบทบาทของแบรนด์ในตลาด ไปจนถึงการเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับระบบการสื่อสาร การขาย ทีม และกระบวนการตัดสินใจของธุรกิจ เพื่อให้แบรนด์เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง วัดผลได้ และขยายได้จริง โดยไม่ขึ้นกับแคมเปญระยะสั้นหรือความสามารถเฉพาะบุคคล แต่เป็นระบบที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้แม้เจ้าของไม่ต้องลงมือทำทุกอย่างด้วยตัวเอง

ภาพโปร่ง 100x100
ภาพโปร่ง 100x100

Founder Talks & Keynotes

คือบริการบรรยายและการถ่ายทอดมุมมองจาก Founder ของ BRANDING.co.th ที่ออกแบบมาเพื่อเจ้าของธุรกิจ ผู้บริหาร และองค์กรที่ต้องการยกระดับวิธีคิดเชิงแบรนด์และการเติบโตทางธุรกิจ เนื้อหาทุกเวทีเชื่อมโยงประสบการณ์จริงกับกลยุทธ์ที่นำไปใช้ได้ทันที ไม่เน้นแรงบันดาลใจเพียงชั่วคราว แต่สร้างความชัดเจนทางความคิด จุดประกายการตัดสินใจ และวางรากฐานให้แบรนด์เติบโตอย่างมีทิศทางในระยะยาว

bottom of page