top of page
ภาพโปร่ง 100x100
ภาพโปร่ง 100x100
ภาพโปร่ง 100x100
‎BRANDING.co.th - LOGO.‎005.png

BRANDING.co.th

“เปลี่ยนเกมด้วยแบรนด์”

ภาพโปร่ง 100x100

DIGITAL MARKETING MINDSET

เพราะ “ทิศทางที่ถูกต้อง”
สำคัญกว่า “ความเร็ว” และ “วิธีการเดินทาง”

และจุดเริ่มต้นของการแก้ทุกปัญหาทางการตลาด
คือ “ทิศทางต้องถูกก่อน”


✅ เมื่อคุณมี Digital Marketing Mindset ที่ถูกต้อง (ทิศทางที่ถูกต้อง)

1️⃣ คุณจะ “วางตำแหน่งใหม่ให้กับทั้งธุรกิจ” คุณจะไม่แค่ปรับภาพลักษณ์ หรือทำเรื่องจุกจิก เล็ก ๆ น้อย ๆ อีกต่อไป เช่น คุณจะไม่มองแค่ Ads, จะไม่มองแค่คอนเทนต์, จะไม่มองแค่โลโก้ สี ดีไซน์ หรือความสวยงามเชิงการออกแบบ

2️⃣ คุณจะทบทวน “วิธีคิด + แบรนด์ + ระบบ + เครื่องมือ” สำหรับทำ Digital Marketing ใหม่ทั้งหมด และคุณจะเชื่อมโยงทุกอย่างให้เป็นเนื้อเดียวกัน แบบไร้รอยต่อ

3️⃣ คุณจะแก้ปัญหา “เชิงโครงสร้าง + เชิงระบบ” ที่เป็นการมอง “ภาพใหญ่” ที่จะช่วยให้คุณค้นพบ “คำตอบที่หามานาน” และด้วยการมองภาพใหญ่นี้ จะทำให้คุณ “มองขาด” และ “มองเห็นผลลัพธ์ล่วงหน้า” ที่แตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

❌ Digital Marketing Mindset ที่ถูกต้อง “ไม่ใช่การแก้ปัญหาแบบเฉพาะจุด”

❌ เพราะการแก้ปัญหาแบบ “เฉพาะจุด” ไม่สามารถเปลี่ยนเกมธุรกิจในภาพใหญ่ได้ ถ้าคุณไม่แก้ภาพใหญ่ทั้งระบบ คุณจะยังวนอยู่ในลูปเดิม ๆ และจะไม่เจอทางออก

✅ 1. รู้จัก คุณอลงกรณ์ ดอกดวง ผู้บรรยายหลักสูตร Digital Marketing Mindset พร้อมทั้งเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวให้กับผู้เรียน เป็นเวลา 2 เดือนเต็ม

“วิกฤติหนัก ๆ จะมีมาเรื่อย ๆ ในวันที่เศรษฐกิจสั่นคลอน ธุรกิจที่รอดไม่ใช่ธุรกิจที่โชคดี แต่คือธุรกิจที่คิดไว้ก่อนแล้ว และเตรียมตัวมาดีพอ เศรษฐกิจไม่เคยเป็นศัตรูที่แท้จริงของธุรกิจ แต่สิ่งที่อันตรายที่สุดคือ ไม่มีระบบ ไม่มีกลยุทธ์ที่ดีพอ และไม่มีการเตรียมตัวไว้ก่อน เพราะในเกมธุรกิจ คนที่จะอยู่รอดและเติบโตได้ท่ามกลางวิกฤติ ไม่ใช่คนที่เก่งที่สุด แต่คือโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแรงพอ และสามารถปรับตัวได้ทันทีที่มีการเปลี่ยนแปลงของตลาด”


⚫️ สวัสดี Founder / Owner ทุกท่านครับ

ผมชื่อ อลงกรณ์ ดอกดวง นะครับ เป็น Founder & MD ของ BRANDING.co.th รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ทุกท่านได้กรุณาให้ความสนใจครับ

ผมเดินอยู่บนเส้นทางของ “นักสร้างแบรนด์เชิงกลยุทธ์” มาตั้งแต่ ปี 2555 ในระยะเวลากว่า 10 ปี ผมได้ “พัฒนากลยุทธ์ + เปิดหลักสูตร + ให้คำปรึกษาผู้เรียน” มาแล้ว กว่า 100 รุ่น ปัจจุบันไม่ได้นับรุ่นแล้ว (ผมไม่ใช่อาจารย์ แต่ลูกค้ามักให้เกียรติเรียกผมว่าอาจารย์ครับ)

ในช่วงปีแรก ๆ ผมได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายให้กับหลายหน่วยงานสำคัญ ๆ เช่น กระทรวงอุตสาหกรรม, กระทรวงเกษตร, กระทรวงมหาดไทย, มหาวิทยาลัย, สมาคม/ชมรม และบริษัทเอกชน แต่ในช่วงหลัง ๆ ผมไม่ได้รับงานวิทยากร เพราะต้องการโฟกัสปั้นแบรนด์ให้ลูกค้า เพื่อสะสมผลงานให้กับตัวเองครับ

ตลอดเส้นทางที่ผมเดิน มันคือประสบการณ์ที่ประเมินค่าไม่ได้ เพราะผมมีโอกาสได้เป็นที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ให้กับ “แบรนด์จริง ๆ นับร้อยเคส ในหลากหลายอุตสาหกรรม และหลากหลายสถานการณ์ของธุรกิจ” เนื้อหาในหลักสูตร Digital Marketing Mindset คือกลยุทธ์ที่ผมใช้มันจริง ๆ ครับ ไม่ใช่แค่ทฤษฎี


⚫️ ประวัติหลักสูตร Digital Marketing Mindset

นี่คือชื่อหลักสูตรที่ผมเคยจัดทั้งหมด โดยทุกหลักสูตรผมจะเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวให้กับผู้เรียนด้วยครับ

1. eCommerce Workshop
2. Professional Branding
3. ปล่อยของ (คุณเจมส์ ได้กรุณาให้เกียรติมาเรียนหลักสูตรนี้)
4. Digital Marketing Mindset (คือชื่อหลักสูตรที่ผมใช้ในปัจจุบัน)

ทั้ง 4 หลักสูตรนี้ เป็นหลักสูตรเดียวกัน ซึ่งเป็น Signature และเป็นตัวจบของผม (ผมแค่เปลี่ยนชื่อหลักสูตรครับ)

โดยผมได้พัฒนาหลักสูตรมาอย่างต่อเนื่อง เป็นเวลากว่า 10 ปี (กว่า 100 รุ่น) อัพเดทเนื้อหาให้เป็นปัจจุบันที่สุด และดีที่สุดอยู่เสมอ (Concept คล้าย ๆ iPhone ต่างกันตรงที่ผมเปลี่ยนชื่อหลักสูตรด้วย)

ปัจจุบันที่ผมใช้ชื่อหลักสูตรว่า “Digital Marketing Mindset” เพราะต้องการสื่อถึง “ทิศทางที่ถูกต้อง” ซึ่งเป็นเนื้อหาของหลักสูตรนี้

⚫️ บนเส้นทาง “ที่ปรึกษาการสร้างแบรนด์เชิงกลยุทธ์” (Strategic Branding Consultant) นี่คือสิ่งที่ผมเจอ

บางแบรนด์ เริ่มต้นจากศูนย์ และไม่รู้ว่าจะวางตำแหน่งของแบรนด์อย่างไร ให้มีจุดยืนที่มั่นคง

บางแบรนด์ กำลังเผชิญกับวิกฤติ ยอดขายหด ลูกค้าหาย ไม่มีใครจดจำแบรนด์ได้ และถูกคู่แข่งบีบให้แข่งขันด้วยราคา

บางแบรนด์ แม้จะเติบโตได้ระดับหนึ่ง แต่ก็ติดเพดาน ไม่สามารถขยายตลาดได้ และไม่มีความแตกต่างที่ชัดเจนในตลาด

บางแบรนด์ เป็นธุรกิจที่มีมูลค่าสูง แต่ภาพลักษณ์และการสื่อสาร ยังไม่สมกับมูลค่า ทำให้สูญเสียโอกาสไปอย่างมหาศาล

นี่คือ Pain Points ที่ผมเห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และมันคือเหตุผลที่ทำให้ผมเป็น “ที่ปรึกษาการสร้างแบรนด์เชิงกลยุทธ์” (Strategic Branding Consultant)


⚫️ ผมทำงานแบบ Founder to Founder เท่านั้น

ผมจะทำงานกับลูกค้าที่เป็นเจ้าของธุรกิจ (Founder / Owner) และมีอำนาจตัดสินใจหลักเท่านั้น จะไม่ได้ทำงานกับ “พนักงาน / ทีม / ที่ปรึกษา” ของลูกค้า และจะไม่ได้รับงานที่มีการเมืองภายใน

โดยผมจะทำงานกับลูกค้าด้วยตัวเองในทุกขั้นตอนของบริการ จะไม่ใช่เอเจนซี่ที่จ้างพนักงานให้มาทำงานแทนผม และผมไม่ใช่นักออกแบบ CI หรือดีไซน์เนอร์ ที่มุ่ง “ทำให้แบรนด์สวย”

แต่สิ่งที่ผมทำคือ “วิเคราะห์ธุรกิจ”, “ออกแบบโครงสร้างของแบรนด์ใหม่”, “วางตำแหน่งของแบรนด์ใหม่” และ “ออกแบบกลยุทธ์เพื่อเปลี่ยนเกมให้กับธุรกิจ”

(ในส่วนของ CI และงานออกแบบ ลูกค้าอาจให้ทีมภายในหรือหาเอเจนซี่ที่รับทำ หลังได้ “แก่นของแบรนด์” แล้ว เพราะแก่นของแบรนด์คือ “ทิศทาง” และงานออกแบบต้องออกแบบตามทิศทาง)

แนวทางของผมคือการเข้าไปจับ “จุดยุทธศาสตร์ที่แท้จริงของแบรนด์” เพราะมันคือแก่นที่สำคัญที่สุดและเร่งด่วนที่สุด ที่เจ้าของแบรนด์จะต้องทำก่อนทุกสิ่ง

ไม่ว่าคุณจะอยู่ในสถานการณ์ใด และอุตสาหกรรมไหน

เริ่มต้นจากศูนย์ ยังมองภาพรวมไม่ออก
ไปต่อไม่ได้ ไม่รู้จะเอายังไงดี
ติดเพดาน วนอยู่ในลูปเดิม ๆ มาหลายปี
เจอวิกฤติหนัก มืดแปดด้าน หาทางออกไม่เจอ
มองหาโอกาสใหม่ ๆ และต้องการยกระดับของแบรนด์
ต้องการขยายธุรกิจ และสเกลธุรกิจใหม่

ผมจะทำงานกับคุณ อย่างใกล้ชิด เพื่อให้แบรนด์ของคุณ ไม่เพียงแค่ “ดูดี” แต่ต้อง มีจุดยืนที่ชัดเจน, แตกต่าง และสร้างพลังให้ธุรกิจของคุณ สามารถเดินหน้าได้อย่างมั่นใจ

ไม่ว่าคุณจะเริ่มต้นจากศูนย์, พัฒนาต่อยอด หรือต้องการรีแบรนด์ “การสร้างแบรนด์เชิงกลยุทธ์” (หรือรีแบรนด์เชิงกลยุทธ์) จะไม่ใช่แค่การเปลี่ยน “ภาพลักษณ์” แต่คือการ “เปลี่ยนอนาคต” ให้กับธุรกิจของคุณ และผมจะยืนอยู่ตรงนี้ เพื่อพาคุณก้าวไปสู่อนาคตนั้น

ธุรกิจที่มั่นคงและแตกต่าง เริ่มต้นจากแบรนด์ที่ “ชัดเจนและทรงพลังพอที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริง” หากคุณต้องการที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ “เพื่อเปลี่ยนเกม” ผมยินดีที่จะร่วมเดินทางไปกับคุณ บนเส้นทางของ “การสร้างแบรนด์อย่างแท้จริง”


⚫️ คนที่คิดใหญ่และคิดแบบยั่งยืนเท่านั้น ที่ใช้กลยุทธ์ของผม

งานของผมไม่ใช่การบอกว่าแบรนด์ของคุณควรเป็นอย่างไร แต่คือการค้นหา “ตัวตนที่แท้จริง” แล้ววางกลยุทธ์ให้เดินต่อได้อย่างทรงพลังและยั่งยืน

ผมเชื่อในการทำงานร่วมกับเจ้าของธุรกิจแบบ Real Partnership คือพูดตรง มองกว้าง มองลึก และมุ่งหาคำตอบที่ยั่งยืน ไม่ใช่คำตอบแบบฉาบฉวย

ทุกกลยุทธ์ที่ผมให้คำแนะนำกับลูกค้า จะไม่ได้มองแค่เพื่อให้แบรนด์ดูดีในวันนี้ แต่มองเพื่อให้แบรนด์ “ยืนได้” ในอีก 3 ปี 5 ปี 10 ปี ข้างหน้า หรือยาวกว่านี้

เพราะสุดท้ายแล้ว ผมเชื่อว่า แบรนด์ที่ยั่งยืน ไม่ได้เกิดจากการแค่ทำให้คนรู้จักและจำได้ แต่เกิดจากการทำให้คน “ไว้วางใจ” และ “มีระบบรองรับการเติบโต”

และนี่คือสิ่งที่ผมทำมาตลอดกว่า 10 ปี

เปลี่ยน “ทิศทางที่ถูกต้อง (วิธีคิด)” ให้กลายเป็นกลยุทธ์
เปลี่ยนแบรนด์ให้กลายเป็นทรัพย์สิน
และเปลี่ยนเจ้าของธุรกิจให้กลายเป็น
“ผู้นำที่มีแบรนด์ในตัวเอง” อย่างแท้จริง


อลงกรณ์ ดอกดวง
Founder & MD of BRANDING.co.th

• Brand Strategist
• Strategic Branding Consultant
• 10+ Years of Experience


ทุกท่านสามารถติดต่อผมได้ทางโทรศัพท์, LINE และ Messenger นะครับ (24 ชม.)



✅ 2. หากคุณยังวนอยู่ในลูปเดิม ๆ และหาทางออกไม่เจอ “ไม่ใช่คุณทำตลาดไม่เป็น”

คุณอาจจำวันแรกที่เริ่มต้นธุรกิจได้ดี วันที่คุณตั้งใจว่าจะสร้างแบรนด์ให้ดัง ทำตลาดให้ปัง และอยากมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม แต่พอเวลาผ่านไป มันกลับกลายเป็นอีกแบบ

คุณโพสต์ทุกวัน ลงทุนยิง Ads ลงทุนจ้างทีม แต่ยอดกลับไม่โตอย่างที่ควรจะเป็น คุณเหนื่อยขึ้นเรื่อย ๆ แต่ผลลัพธ์กลับย่อเล็กลงเรื่อย ๆ จนคุณรู้สึกว่า “คุณทำทุกอย่างแล้ว” แต่ทำไมแบรนด์ไม่โต ยอดไม่โต เหมือนติดอยู่ในลูปเดิม ๆ ที่วนซ้ำ ๆ มาหลายปี

คุณเห็นคู่แข่งที่เริ่มทีหลัง แต่พวกเขาแซงคุณไปไกลแล้ว คุณเห็นแบรนด์ใหม่ ๆ โผล่ขึ้นมา แล้วลูกค้าก็เริ่มไหลไปหาเขา คุณจึงเริ่มถามตัวเองว่า “หรือฉันกำลังเล่นเกมผิดมาตลอด?”

จนวันหนึ่ง คุณเริ่มเข้าใจว่า ปัญหาไม่ใช่คอนเทนท์ ไม่ใช่ Ads ไม่ใช่ทีม และไม่ใช่ดวง แต่ปัญหาคือ “ทิศทาง” ทิศทางที่ผิดเพียงนิดเดียว อาจทำให้คุณเสียเวลาไปเป็นปี ๆ และทิศทางที่ถูก อาจทำให้คุณเติบโตแบบก้าวกระโดด แบบที่คุณไม่เคยคิดว่าตัวเองจะทำได้

นี่คือเหตุผลว่าทำไม หลักสูตร Digital Marketing Mindset จึงถูกสร้างขึ้นมา มันไม่ใช่หลักสูตร Digital Marketing แบบสอนยิง Ads สอนเขียนคอนเทนท์ แต่เป็นหลักสูตรที่ “รีเซ็ตความคิด” และ “จัดตำแหน่งธุรกิจใหม่ทั้งระบบ”

เพราะผมเข้าใจดีว่า คุณอยากออกจากสงครามราคา คุณอยากขายของให้ได้ราคาและสง่างาม คุณอยากดึงดูดลูกค้ากลุ่มบนให้พวกเขามาหาคุณเอง คุณอยากมีแบรนด์ที่โตได้จริง และอยากให้มูลค่าของมันเพิ่มสูงขึ้นทุกวัน

และคุณอยากมีระบบที่พาคุณโตขึ้นทุกวัน ไม่ใช่ระบบที่ทำให้คุณเหนื่อยขึ้นทุกวัน คุณอยากเปลี่ยนเกม ไม่ได้อยากเล่นเกมเดิม ๆ ไปเรื่อย ๆ และลึกลงไปกว่านั้นคือ “คุณอยากกลับมามีความหวังกับธุรกิจของตัวเองอีกครั้ง”

หลักสูตรนี้จึงไม่ใช่หลักสูตรที่สอนวิธีทำการตลาด แต่เป็นหลักสูตรที่ทำให้คุณ “มองธุรกิจของคุณใหม่ทั้งหมด” ให้คุณเห็น “สิ่งที่คุณไม่เคยเห็น” ให้คุณเลือก “ในสิ่งที่ถูกต้อง” และให้คุณ “กลับมามีพลังในการสร้างแบรนด์อีกครั้ง”

เพราะบางครั้ง ในสนามธุรกิจไม่ใช่คนที่ทำเยอะที่สุดที่จะชนะ แต่คือคนที่ “เห็นเกมชัดที่สุด” ต่างหากที่จะชนะ และนี่คือเหตุผลที่คุณควรเรียนหลักสูตร Digital Marketing Mindset ครับ

⚫️ คุณกำลังเป็นแบบนี้อยู่หรือเปล่าครับ?

• คุณลงทุนไปกับการตลาดออนไลน์มหาศาล แต่ยอดขายไม่ชัดเจน

• คุณยิง Ads จนเงินละลาย แต่แบรนด์ไม่เติบโตตามที่หวัง

• คุณเรียนคอร์สมามากมาย แต่สิ่งที่ได้ ยังไม่สามารถใช้จริงกับธุรกิจของคุณ

• คุณจ้างเอเจนซี่ จ้างที่ปรึกษา แต่ยังไม่เห็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้

• คุณทำทุกอย่างแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้ว “ปัญหาอยู่ตรงไหน?”

ถ้าคุณกำลังพยักหน้าอยู่ในใจ ผมอยากชวนคุณมาหาทางออกเรื่องนี้ร่วมกันครับ


⚫️ “ปัญหาของคุณ” อาจไม่ได้อยู่ที่เครื่องมือ และไม่ใช่คุณทำตลาดไม่เป็น

เจ้าของกิจการจำนวนมาก มักคิดว่า ปัญหามาจาก “ตัวเองทำการตลาดไม่เป็น” แต่ความจริงแล้ว ปัญหามาจาก Mindset ที่ยังไม่ถูก

คุณอาจกำลังใช้วิธีคิดแบบ “ทำยังไงให้ขายได้เฉพาะในตอนนี้” แทนที่จะเป็น “ทำยังไงให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน”

ผลลัพธ์คือ

• คุณเหนื่อยมาก แต่ธุรกิจไม่โต

• คุณวิ่งตามทุกเทรนด์ แต่ยังไม่เจอทางออก

• คุณเก่งเรื่องเครื่องมือ แต่ยังขาด “ภาพใหญ่” ที่เชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกัน

(Digital Marketing Mindset คือ “การมองภาพใหญ่”)


⚫️ Digital Marketing Mindset (การมองภาพใหญ่) จะเปลี่ยนอะไรให้คุณ?

จะเปลี่ยนมุมมอง
จาก “การตลาดคือการขาย”
เป็น “การตลาดคือการสร้างคุณค่าและระบบธุรกิจ”

จะเปลี่ยนวิธีคิด
จาก “ทำทุกอย่างที่คนบอก”
เป็น “เลือกทำสิ่งที่ใช่ที่สุดกับธุรกิจของคุณ”

จะเปลี่ยนวิธีทำ
จาก “พึ่งเครื่องมือเป็นหลัก”
เป็น “ใช้กลยุทธ์นำหน้า แล้วให้เครื่องมือเป็นตัวเดินตาม”

และที่สำคัญ
คุณจะได้รู้ “วิธีวางระบบก่อนทำตลาดออนไลน์”

เพื่อให้การตลาดออนไลน์ของคุณทรงพลัง เหมือนเป็นศูนย์บัญชาการออนไลน์ของแบรนด์ ที่จะรวมทุกอย่างเข้าไว้ด้วยกัน และกลายเป็นเครื่องมือแก้เกือบทุกปัญหาของการตลาดออนไลน์ที่คุณกำลังเจออยู่


⚫️ ทำไมคุณควรเรียน หลักสูตร Digital Marketing Mindset ตอนนี้?

🔘 เพราะทุกวันที่คุณยังเดินด้วย Mindset เดิม ๆ

คุณอาจกำลัง

• เสียเงินโดยไม่รู้ตัว

• เสียเวลาโดยไม่จำเป็น

• เสียโอกาสที่คู่แข่งกำลังเก็บไป

• คุณอาจกำลังถอยหลัง โดยไม่รู้ตัว

🔘 นี่ไม่ใช่อีกหนึ่งคอร์ส ที่สอนเครื่องมือการตลาด

• แต่คือ คอร์สที่จะเปลี่ยนวิธีคิดของคุณ

• เมื่อวิธีคิดเปลี่ยน → วิธีทำเปลี่ยน → ผลลัพธ์ก็จะเปลี่ยน

🔘 ถ้าคุณคือเจ้าของกิจการที่ “ทำมาหมดแล้ว แต่ยังไม่เจอคำตอบ”

• หรือคุณคือคนที่ “อยากเริ่มต้นให้ถูกต้องตั้งแต่แรก”

• นี่คือหลักสูตรที่คุณ ไม่ควรพลาด


⚫️ Digital Marketing Mindset (การมองภาพใหญ่) จะช่วยคุณเรื่องอะไรบ้าง ?

1. ปรับ “ทิศทาง” ให้ถูกต้อง และยั่งยืน

2. ผ่าทางตัน และออกจาก “ลูปเดิม ๆ”

3. สเกลธุรกิจใหม่ เพื่อเล่นเกมที่ใหญ่ขึ้น

4. วิธีคิด เพื่อ “เปลี่ยนเกม” ให้กับธุรกิจ

5. สร้าง “แบรนด์ + ระบบ” ที่แข็งแกร่ง

6. เหนือคู่แข่ง แตกต่าง หนีสงครามราคา

7. ระบบรองรับการยิง Ads ที่ผลลัพธ์ดีกว่า

8. ไม่ต้องฝากยอดขายไว้กับ แอดมิน/เซลส์

9. ขายของราคาสูงหรือมีลูกค้าเป็นกลุ่มบน

10. รองรับแรงกระแทกจากการเปลี่ยนแปลง


คุณสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับผู้บรรยายโดยตรง ทางโทรศัพท์, LINE และ Messenger (24 ชม.)



✅ 3. “ผลลัพธ์” ที่คุณมีโอกาสได้รับจากหลักสูตร Digital Marketing Mindset

นี่คือ “ผลลัพธ์” ที่คุณมีโอกาสได้รับ จากการทำ Digital Marketing แบบ “มองภาพใหญ่” อย่างแท้จริง ที่ไม่ใช่แค่ปรับภาพลักษณ์ หรือทำเรื่องจุกจิก เล็ก ๆ น้อย ๆ

1️⃣ แตกต่างและสามารถเหนือกว่าคู่แข่งได้

แบรนด์ที่ผ่านการวางกลยุทธ์อย่างดี จะมี “จุดยืน” และ “ภาพจำ” ที่ไม่สามารถเลียนแบบได้ง่าย ๆ จะช่วยให้คุณไม่ต้องแข่งขันด้วยราคาหรือการตลาดแบบสิ้นเปลือง แต่แข่งขันด้วยคุณค่าและการรับรู้เชิงลึกในใจของลูกค้า (ออกจากสงครามราคา)

2️⃣ เป็นตัวเลือกแรก ๆ ในใจของลูกค้า

เมื่อแบรนด์มีตำแหน่งที่ชัดเจน (Positioning) และมีการสื่อสารอย่างสม่ำเสมอในทุก Touchpoint ลูกค้าจะจดจำคุณได้ทันที และเลือกคุณเป็นตัวเลือกอันดับแรก ๆ โดยไม่ลังเล แม้จะมีคู่แข่งจำนวนมากในตลาด

3️⃣ น่าเชื่อถือสูง เพื่อขายของราคาสูง

แบรนด์ที่มีโครงสร้างเชิงกลยุทธ์ จะไม่ใช่แค่สวย แต่ “มีที่มา” และ “มีเหตุผลรองรับ” จะช่วยให้คุณสามารถสร้าง Trust ได้ในระดับสูง ทำให้เป็นแบรนด์ที่กล้าตั้งราคาแบบพรีเมียม และมีคนเต็มใจจ่าย

4️⃣ ขยายธุรกิจได้ง่ายกว่าและเร็วกว่า

แบรนด์ที่มีระบบ จะสามารถต่อยอดได้ทันทีเมื่อมีโอกาส ไม่ว่าจะขยายสินค้า ขยายสาขา ขยายแฟรนไชส์ ขยายทีม หรือเปิดตลาดใหม่ ๆ เพราะเมื่อรากฐานของแบรนด์แข็งแรง คุณจะไม่ต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ทุกครั้ง

5️⃣ ลดภาระ ลดเวลา ลดค่าการตลาด

เมื่อแบรนด์ “พูดแทนคุณได้จริง ๆ” ทุกการตลาดจะง่ายและประหยัดขึ้นอย่างชัดเจน ไม่ต้องทำแคมเปญใหม่ตลอดเวลา เพราะแบรนด์คือทรัพย์สิน (Brand Asset) ที่จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าให้กับธุรกิจของคุณ

6️⃣ จัดการง่าย พึ่งตัวเองได้ ใครก็ทำได้

“ระบบแบรนด์” ที่วางไว้อย่างเป็นระบบ จะช่วยให้ทีมงานหรือพาร์ทเนอร์สามารถทำงานต่อได้ทันที โดยไม่ต้องรอแต่เจ้าของในการตัดสินใจเรื่องการสื่อสารหรือการตลาดอีกต่อไป จะช่วยลดความเสี่ยงให้กับ “ธุรกิจที่ต้องพึ่งพาเจ้าของตลอดเวลา” ได้

7️⃣ สามารถเติบโตแบบก้าวกระโดดได้

การสร้างแบรนด์อย่างมีกลยุทธ์ เปรียบเสมือนการเปลี่ยนจาก “จักรยาน” มาเป็น “เครื่องยนต์” จะช่วยให้ธุรกิจของคุณ สามารถเติบโตในแบบ Exponential ได้ และยังสร้างความพร้อมในการแข่งขัน ทันทีที่ตลาดเปลี่ยน

8️⃣ เปลี่ยนตำแหน่งของแบรนด์ให้สูงขึ้น

ไม่ใช่แค่เปลี่ยนภาพลักษณ์ แต่เปลี่ยน “การรับรู้ของตลาด” ว่าแบรนด์ของคุณยืนอยู่ในระดับไหน เช่น จากผู้เล่นรายย่อย กลายเป็นผู้นำในตลาด หรือจาก Local Player กลายเป็น Regional หรือ National Brand

9️⃣ สามารถสเกลธุรกิจได้จริงและง่ายขึ้น

เมื่อแบรนด์ของคุณถูกยกระดับในหลายมิติ เช่น ระบบองค์กร, โครงสร้างทีม. ระบบการตลาด และการบริหารแบรนด์ในระยะยาว เป็นต้น จะช่วยให้ธุรกิจของคุณสามารถรองรับยอดขายที่โตขึ้นหลายเท่าตัวได้ โดยที่ต้นทุนและเวลาไม่เพิ่มตาม หรือเพิ่มเพียงเล็กน้อย

คุณสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับผู้บรรยายโดยตรง ทางโทรศัพท์, LINE และ Messenger (24 ชม.)



✅ 4. ทำไม “การสร้างแบรนด์และการทำตลาดออนไลน์” คุณจึงควรมีที่ปรึกษา?

ในหลักสูตร Digital Marketing Mindset ผู้ก่อตั้ง BRANDING.co.th จะเป็นผู้ให้บริการในทุกขั้นตอนของบริการ

• ตั้งแต่พูดคุยและวิเคราะห์ธุรกิจเบื้องต้นก่อนลงทะเบียนเรียน
• เป็นผู้บรรยายของหลักสูตร
• และเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวให้กับผู้เรียน 2 เดือนเต็ม

โดยดูแลแบบใกล้ชิด และทำงานร่วมกันในระดับ Founder to Founder สามารถติดต่อได้ 24 ชั่วโมง ทุกช่องทาง

ทำไม “การสร้างแบรนด์และการทำตลาดออนไลน์” คุณจึงควรมีที่ปรึกษา?

1️⃣ เพราะคุณต้องการ “คนพาทำ” ไม่ใช่แค่ “คนให้ความรู้”

ถ้าแค่เรียนรู้ แล้วกลับไปลองผิดลองถูกเอง คุณอาจ “ติดอยู่ที่เดิม” อีกหลายเดือน หรือหลายปี แต่ถ้ามีที่ปรึกษา คุณจะมี “คนพาเดินไปข้างหน้า” ทีละขั้น แบบไม่หลงทาง

2️⃣ เพราะคุณต้องการ “เปลี่ยนเกม” ไม่ใช่แค่เปลี่ยนรูปลักษณ์

ที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ จะพาคุณวิเคราะห์ “ลึกกว่า” แค่ภาพลักษณ์ภายนอก แต่จะพาคุณเปลี่ยน “แก่นของแบรนด์” และเพิ่มกลยุทธ์ที่ทำให้ธุรกิจของคุณ มีโอกาส “โดดเด่นกว่าคู่แข่ง” ในระดับโครงสร้างได้

3️⃣ เพราะคุณต้องการ “ขยายธุรกิจ” อย่างมั่นคง และรวดเร็ว

การสร้างแบรนด์เพื่อขยายตลาด หรือสเกลธุรกิจ ต้องมี “ระบบ” ไม่ใช่มีแค่แรงบันดาลใจ ที่ปรึกษาจะช่วยคุณวางกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ ให้พร้อมเติบโต “อย่างเป็นระบบ”

4️⃣ เพราะคุณต้องการ “ผลลัพธ์ ไม่ใช่แค่คำแนะนำ”

ที่ปรึกษาจะทำงานเคียงข้างคุณ ช่วยคิด ช่วยวางแผน ใช้ประสบการณ์คิดแทนคุณในจุดที่ควรคิด และตรวจสอบจุดอ่อนที่อาจทำให้แบรนด์ของคุณไม่ทรงพลัง

5️⃣ เพราะคุณต้องการ “ลดความเสี่ยง”

การสร้างแบรนด์ หากวางกลยุทธ์ผิด อาจเสียลูกค้าเก่า และไม่ได้ลูกค้าใหม่ ที่ปรึกษาจะช่วยคุณวางแผน ให้การเปลี่ยนผ่านไม่มีผลกระทบ สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าเก่ามากกว่าที่เคย และสร้างลูกค้าใหม่ จากคนที่รู้จักแบรนด์ แต่ยังไม่เคยเลือก

6️⃣ เพราะคุณต้องการ “ทีมที่เข้าใจในสิ่งเดียวกัน”

ที่ปรึกษาจะช่วยให้ “คุณ” และ “ทีมของคุณ” เข้าใจทิศทางของแบรนด์ ไปในทางเดียวกัน เพื่อเปลี่ยนจาก “ธุรกิจที่ต้องรอเจ้าของ” ไปสู่ “ทีมที่ทำงานแทนได้”

7️⃣ เพราะคุณต้องการ “เติบโตแบบก้าวกระโดด ไม่ใช่แบบค่อยเป็นค่อยไป”

ที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ จะรู้ว่า “จุดไหนต้องทุ่ม” “จุดไหนต้องเบรก” “จุดไหนต้องลุย” คุณจึงไม่ต้องเสียเวลาเรียนรู้จากความผิดพลาดหลาย ๆ ปี ที่สร้างความเสียหายมหาศาล กว่าจะได้เรียนรู้บางอย่าง

8️⃣ เพราะคุณต้องการ “แบรนด์ที่คนอยากติดตาม ไม่ใช่แค่ขายได้”

“การสร้างแบรนด์เชิงกลยุทธ์” ไม่ใช่แค่เรื่องการขาย แต่คือการสร้าง “แบรนด์ที่น่าดึงดูด” ที่ปรึกษาจะช่วยคุณวางกลยุทธ์เพื่อสร้างผู้ติดตาม (สาวก) เพื่อสร้างความยิ่งใหญ่และยั่งยืนในระยะยาว

9️⃣ เพราะคุณต้องการ “ยกระดับของแบรนด์ให้สูงกว่าที่เป็นอยู่”

การที่แบรนด์ของคุณ อยู่ในตลาดได้อย่างดี มาหลายปี ไม่ได้แปลว่า “จะดีขึ้นอีกไม่ได้” ที่ปรึกษาตัวจริง จะมองเห็นศักยภาพที่คุณยังไม่ได้ใช้ หรือคุณอาจยังมองไม่เห็น เพื่อช่วยให้แบรนด์ของคุณ มีโอกาสขึ้นไปอยู่ในระดับที่คู่แข่งมองคุณเป็นแบรนด์ต้นแบบ

🔟 เพราะคุณไม่ได้ต้องการแค่ “อยู่รอด” แต่คุณต้องการ “นำตลาด”

ที่ปรึกษาตัวจริง ไม่ได้แค่พาคุณหลบวิกฤติ แต่จะพาคุณ “เปลี่ยนสถานะ” จากแบรนด์ที่ “วิ่งตามตลาด” ไปสู่แบรนด์ระดับ “แถวหน้า” ที่คุณสามารถกำหนดทิศทางของตัวเองได้


คุณสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับผู้บรรยายโดยตรง ทางโทรศัพท์, LINE และ Messenger (24 ชม.)



✅ 5. ทำไมคุณต้องเรียนหลักสูตร Digital Marketing Mindset ?

⚫️ คุณสามารถถาม AI ได้ แล้วทำไมคุณต้องเรียนหลักสูตรนี้

หลักสูตรของผม คือ “วิธีคิด + แบรนด์ + ระบบ + เครื่องมือ” ที่ผ่านการทดสอบ และพร้อมใช้งานทันที

🔘 เพราะหลักสูตรนี้ คือ Solutions ที่พร้อมใช้

AI ให้ได้แค่ข้อมูลดิบ แต่หลักสูตรนี้ ร้อยเรียง “วิธีคิด แบรนด์ ระบบ และเครื่องมือ” เข้าด้วยกัน จนเป็นพิมพ์เขียวที่คุณสามารถใช้งานได้ทันที

🔘 เพราะหลักสูตรนี้ ผ่านการลงสนามจริงมาแล้ว

AI คาดเดาจากทฤษฎี แต่ทุกขั้นตอนในหลักสูตรนี้ ผ่านการทดสอบในสนามธุรกิจจริง และคัดสรรเฉพาะสิ่งที่ทำแล้วได้ผล

🔘 เพราะหลักสูตรนี้ ส่งมอบผลลัพธ์ ไม่ใช่แค่ให้คำตอบ

AI ให้คำตอบเชิงทฤษฎี แต่หลักสูตรนี้ ช่วยประหยัดเวลาลองผิดลองถูก และสร้างระบบที่รันธุรกิจยาว ๆ ได้จริง ที่สำคัญคือ คุณจะ “สเกลธุรกิจ” ได้ (ทำน้อย แต่ได้มาก)

🔘 หมายเหตุ : ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการใช้หรือไม่ใช้กลยุทธ์, การบริหารธุรกิจ, การลงทุน และสภาพตลาด


⚫️ เพราะ Digital Marketing ที่ได้ผล ไม่ได้เริ่มจาก “เครื่องมือ” (Tools) แต่เริ่มจาก “วิธีคิด” (Mindset)

หลักสูตร Digital Marketing Mindset จะช่วยคุณปรับมุมมอง จากการทำการตลาดแบบลองผิดลองถูก ไปสู่การคิดเชิงกลยุทธ์ ที่เข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคดิจิทัลอย่างลึกซึ้ง

รู้ว่าควรใช้ช่องทางไหน เมื่อไร และเพื่ออะไร ไม่หลงกับเทรนด์หรือแพลตฟอร์มโดยไร้ทิศทาง

และสามารถเชื่อม “คอนเทนต์–แบรนด์–ระบบ–ยอดขาย” เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ทำให้ทุกงบ ทุกโพสต์ และทุกแคมเปญ มีเหตุผลรองรับ และสร้างการเติบโตให้ธุรกิจได้อย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่เพียงชั่วคราว

⚫️ และนี่คือหลายเหตุผลว่าทำไมคุณต้องเรียนหลักสูตร Digital Marketing Mindset


➡️ 1) เพราะคุณอยาก “เดินถูกตั้งแต่วันแรก” และไม่อยากเสียเวลาไปกับทิศทางที่ผิดอีกต่อไป

เจ้าของแบรนด์จำนวนมากเสียเวลาไปเป็นปี ๆ อยู่กับการลองผิดลองถูก ทั้งคอนเทนต์ ทั้งการตลาด ทั้งแนวทางของธุรกิจ แต่ผลลัพธ์กลับ “ไม่ไปไหน” ทั้งที่ทำเต็มที่แล้ว หลักสูตรนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้คุณเดินบน “ทางที่ใช่” ตั้งแต่ต้น ลดเวลาหลงทาง ลดความผิดพลาดที่ไม่จำเป็น และพาธุรกิจของคุณไปสู่ทิศทางที่ยั่งยืนกว่าเดิมอย่างชัดเจน

➡️ 2) เพราะคุณอึดอัดที่แบรนด์เหมือนหยุดอยู่ที่เดิม และคุณ “อยากหลุดออกจากลูปเดิม ๆ” ให้ได้จริง ๆ สักที

หลายคนรู้สึกเหมือนตัวเองติดอยู่ในลูปเดิม ๆ โพสต์เหมือนเดิม เจอลูกค้าแบบเดิม เจอปัญหาแบบเดิม และยอดขายก็ไม่ขยับเหมือนเดิม หลักสูตรนี้จะพาคุณออกจาก “ลูปที่ไม่มีวันจบ” สู่แนวคิดใหม่ ระบบใหม่ มุมมองใหม่ ที่ทำให้ธุรกิจของคุณขยับขึ้นได้จริง ไม่ใช่แค่มีความหวังอย่างเดียว แต่ไม่เกิดผลลัพธ์จริง

➡️ 3) เพราะคุณอยาก “สเกลธุรกิจ” แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหน หรือกลัวก้าวผิดแล้วพังทั้งระบบ

คุณอยากโต แต่ก็กลัวโตแล้วพัง เพราะไม่รู้ว่าควรสเกลอะไรก่อน “แบรนด์ การตลาด ทีม หรือระบบ?” หลักสูตรนี้จะทำให้คุณชัดเจนว่า “จะโตแบบไหน ถึงจะไม่ล้ม” และสอนแนวคิดที่ทำให้การสเกลธุรกิจของคุณไปได้ไกลขึ้น เล่นเกมที่ใหญ่ขึ้น แต่มั่นคงกว่าเดิม

➡️ 4) เพราะคุณต้องการวิธีคิดใหม่ ที่ช่วย “เปลี่ยนเกม” แทนการวิ่งแข่งแบบเดิม ๆ ที่เหนื่อยไม่รู้จบ

คุณจะไม่แพ้เพราะคุณไม่เก่ง แต่คุณจะแพ้เพราะเล่นเกมเดียวกันกับทุกคน ทั้งราคา ทั้งคอนเทนต์ ทั้งการตลาด หลักสูตรนี้จะให้ “วิธีคิดที่สามารถเปลี่ยนเกมได้จริง” ที่ทำให้คู่แข่งอาจไล่ตามคุณไม่ทัน และทำให้ธุรกิจของคุณ มีตำแหน่งที่ยกระดับขึ้นจากเดิมอย่างชัดเจน

➡️ 5) เพราะคุณอยากมีทั้ง “แบรนด์และระบบ” ที่ “ทำงานแทนคุณได้จริง ๆ” ไม่ใช่พึ่งแต่แรงของตัวเอง

คุณจะเหนื่อยมาก ถ้าธุรกิจยังยึดติดกับตัวคุณมากเกินไป หลักสูตรนี้จะช่วยออกแบบวิธีคิดที่ทำให้ “ระบบและแบรนด์ทำงานแทนคุณ” ไม่ใช่คุณทำงานทุกอย่างเอง

➡️ 6) เพราะคุณ “อยากหนีสงครามราคา” และอยากให้ลูกค้าเลือกคุณ “เพราะคุณค่า” ไม่ใช่เพราะราคาถูกกว่า

ถ้าคุณรู้สึกว่า อะไรก็ต้องลดราคา ลูกค้าก็ต่อราคา คู่แข่งก็แข่งราคากันอย่างเดียว แสดงว่าคุณยังอยู่ในเกมที่ผิด หลักสูตรนี้จะช่วยเปลี่ยน Mindset ของการสร้างคุณค่า และทำให้แบรนด์ของคุณ “เหนือคู่แข่งแบบไม่ต้องลดราคาเลยสักบาท”

➡️ 7) เพราะคุณ “เหนื่อยกับการยิง Ads” ที่ไม่มีกลยุทธ์รองรับ ทำให้เสียเงินโดยไม่คุ้มค่า และไม่สามารถต่อยอดให้แบรนด์ได้

คุณอาจใช้เงินไปเยอะแล้วกับ Ads แต่ผลลัพธ์กลับไม่สอดคล้องกับความตั้งใจ เพราะระบบรองรับการยิง Ads ยังไม่แข็งแรง หลักสูตรนี้จะทำให้คุณเข้าใจ “ระบบรองรับ Ads ที่คุณต้องมี” เพื่อให้เงินที่คุณยิงไปเกิดผลลัพธ์มากกว่าที่เคย

➡️ 8) เพราะคุณ “ไม่อยากฝากยอดขาย” เอาไว้กับแอดมินหรือเซลส์เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป

คุณเคยไหม เดือนนี้ยอดดีเพราะเซลส์เก่ง เดือนหน้ายอดตกเพราะเซลส์ลาออก หลักสูตรนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจวิธีสร้าง “ระบบการขายที่ไม่ขึ้นอยู่กับคน” และเป็นระบบที่เปลี่ยนคนได้ทันที โดยที่ธุรกิจไม่สะดุด เพราะพนักงานของคุณทุกคนสามารถทำได้ รวมถึงคนใหม่ที่เพิ่งมาทำงานในวันแรก

➡️ 9) เพราะคุณ “อยากขายของราคาสูง” อย่างสง่างาม อยากมีลูกค้ากลุ่มบนที่เห็นคุณค่าอย่างแท้จริง และยินดีจ่ายในราคาที่คุณคู่ควร

คุณรู้ว่า คุณมีของดี แต่เวลาตั้งราคาสูง กลับรู้สึกไม่มั่นใจ หรือกลัวลูกค้าไม่ซื้อ หลักสูตรนี้จะทำให้คุณเข้าใจ Mindset การขายของราคาสูง และทำให้แบรนด์ของคุณน่าเชื่อถือพอที่จะดึงดูดลูกค้ากลุ่มบนได้จริง ๆ

➡️ 10) เพราะคุณรู้สึกว่า “โลกมันเปลี่ยนเร็วเกินไป” และกลัวว่าธุรกิจของคุณ จะทนแรงกระแทกไม่ไหว

พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนเร็ว เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว คู่แข่งเกิดใหม่ตลอดเวลา หลักสูตรนี้จะให้วิธีคิดและระบบที่ “อยู่รอดได้ในความเปลี่ยนแปลงที่รุนแรง” และพร้อมรับมือกับแรงกระแทกที่ถาโถมเข้ามาตลอดเวลา

➡️ 11) เพราะคุณ “ไม่อยากเสียโอกาสในการเปิดตลาดใหม่” และอยากเติบโตในพื้นที่ที่ใหญ่กว่าที่คุณอยู่ในตอนนี้

คุณรู้ว่าตลาดเดิมมันตัน แต่การเปิดตลาดใหม่ก็เสี่ยง หลักสูตรนี้จะทำให้คุณรู้ว่า “แบรนด์ + ระบบ + กลยุทธ์” ในการทำตลาดออนไลน์ สามารถช่วยคุณขยายโอกาสและเปิดตลาดใหม่ ๆ ได้อย่างไร

➡️ 12) เพราะคุณ “อยากวางระบบให้ขายง่ายขึ้น” แม้ลูกค้าเดิมจะเงียบ หรือ Ads จะไม่เสถียรก็ตาม

คุณอาจกำลังอยู่ในจุดที่ยอดขายขึ้น ๆ ลง ๆ แบบไร้ทิศทาง หลักสูตรนี้จะช่วยให้คุณออกแบบระบบการขายที่ “ขายได้แม้ในวันที่ทุกอย่างไม่เป็นใจ” และทำให้ธุรกิจของคุณเสถียรขึ้นอย่างชัดเจน

➡️ 13) เพราะคุณ “อยากมีระบบที่ไม่ต้องเหนื่อยกับคน” ไม่ต้องวิ่งหาคนมาแทนคนที่ลาออก ไม่ต้องเหนื่อยกับการสอนคนใหม่ และไม่ต้องกลัวว่าใครจะลาออก

คุณเหนื่อยเพราะธุรกิจผูกติดกับพนักงานบางคนมากเกินไป หลักสูตรนี้จะช่วยให้คุณสร้าง “ระบบที่เปลี่ยนคนได้ทันที” โดยผลลัพธ์จะยังคงเหมือนเดิม ไม่ต้องให้ใครเป็น “ตัวแปรของยอดขาย” อีกต่อไป

➡️ 14) เพราะคุณ “อยากมีโครงสร้างที่รองรับการเปลี่ยนแปลง” ทั้งด้านเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภค

วันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนเร็วมาก AI, พฤติกรรมลูกค้า, ช่องทางใหม่ ๆ หลักสูตรนี้จะเตรียมให้คุณพร้อม ไม่ใช่แค่รอด แต่เติบโตได้ในภาวะคนที่ปรับตัวไม่ทันกำลังถดถอย

➡️ 15) เพราะคุณอยากให้แบรนด์ “เติบโตแบบก้าวกระโดด” ไม่ใช่เติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป

ถ้าคุณทำธุรกิจมานานแล้ว แต่โตช้า โตไม่ทันตลาด โตไม่ทันคู่แข่ง หลักสูตรนี้จะปลดล็อกวิธีคิดและระบบที่ทำให้แบรนด์ของคุณ “สามารถกระโดดขึ้นไปสู่อีกระดับ” ได้จริง ๆ

➡️ 16) เพราะคุณอยากยกระดับแบรนด์ “จาก Local สู่ Regional หรือ National Brand” อย่างมั่นคง

คุณพร้อมแล้วที่จะยกระดับแบรนด์ แต่ยังไม่รู้ว่าต้อง “แต่งตัวให้แบรนด์แบบไหน” เพื่อให้พร้อมสำหรับระดับที่ใหญ่ขึ้น หลักสูตรนี้จะช่วยให้คุณวางรากฐาน Mindset และโครงสร้างการตลาดออนไลน์ ให้แบรนด์ของคุณใหญ่ขึ้น

➡️ 17) เพราะคุณ “อยากสเกล ทั้งแบรนด์ ทั้งโครงสร้าง ทั้งการตลาด” ให้ไปในทิศทางเดียวกัน

หลายแบรนด์พังตอนสเกล เพราะ “สเกลธุรกิจอย่างเดียว แต่ไม่สเกลระบบ” หลักสูตรนี้จะช่วยให้คุณสเกลทุกองค์ประกอบให้สอดประสานกันเป็นหนึ่งเดียว ไม่ใช่โตแบบแยกส่วนจนกลายเป็นปัญหา

➡️ 18) เพราะคุณอยากเตรียมตัวให้พร้อม ก่อนขยายธุรกิจ “เข้าสู่ตลาดที่ใหญ่กว่า”

คุณรู้ว่าตัวเองพร้อมจะโต แต่ถ้ายังไม่มีแนวคิดที่ถูกต้อง การโตนั้นแทนที่จะเป็นโอกาสอาจกลายเป็นภาระ หลักสูตรนี้จะช่วยให้คุณเตรียมโครงสร้างและแนวคิดให้พร้อม ก่อนจะสเกลจริง

➡️ 19) เพราะคุณเหนื่อยกับการทำตลาดแบบที่ “ลงทุนลงแรงเยอะ แต่ผลลัพธ์ต่ำเกินไป”

คุณรู้สึกว่า ทุกวันคือการทำงานที่เหมือนเดิม วนอยู่ที่เดิม ผลลัพธ์ไม่ได้ตามที่หวัง หลักสูตรนี้จะแก้ระบบคิดและทิศทางให้ใหม่ ทำให้แรงที่คุณลง “ออกดอกออกผลมากกว่าเดิม”

➡️ 20) เพราะคุณรู้สึกว่า “คู่แข่งเคลื่อนที่เร็วกว่า” และไม่อยากถูกทิ้งไว้ข้างหลังอีกต่อไป

หลายแบรนด์ไม่ใด้แพ้เพราะ สินค้า/บริการ ไม่ดี แต่แพ้เพราะคิดช้า ทำช้า และปรับตัวช้า หลักสูตรนี้จะทำให้คุณ “คิดอย่างเป็นระบบเพื่อทำให้คุณเดินเร็วขึ้น” ตัดสินใจเร็วขึ้น และเลือกทางที่คุ้มค่าที่สุดในเวลาที่สั้นที่สุด

➡️ 21) เพราะคุณรู้สึกว่า “แบรนด์ยังไม่คม ยังไม่ชัด และยังไม่โดดเด่น” พอที่ตลาดจะมองเห็น

คุณอาจรู้สึกว่าแบรนด์ของคุณดี แต่ลูกค้ากลับมองไม่เห็น ไม่เลือก ไม่รู้สึกว่าคุณแตกต่าง หลักสูตรนี้จะทำให้คุณชัดเจนว่า “อะไรคือตัวตนที่แท้จริงของแบรนด์คุณ” แล้วทำให้แบรนด์ของคุณ โดดเด่นกว่าคู่แข่งในตลาด

➡️ 22) เพราะคุณ “อยากมีแบรนด์ที่แข็งแรงพอที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์” ในอนาคต

คุณอาจคิดไปไกลแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าต้องเตรียมตัวอย่างไร หลักสูตรนี้คือพื้นฐานสำคัญที่สุดของการเตรียมตัวให้แบรนด์ “ก่อนจะโตในระดับประเทศ” และเป็นรากฐานที่จะช่วยให้คุณเดินไปถึงจุดนั้นได้จริง ๆ


คุณสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับผู้บรรยายโดยตรง ทางโทรศัพท์, LINE และ Messenger (24 ชม.)



✅ 6. เนื้อหาของหลักสูตร Digital Marketing Mindset

⚫️ เนื้อหาของหลักสูตร Digital Marketing Mindset

จะไม่ทฤษฎีเยอะ
แต่จะเน้น
→ รู้เรื่องทุกคน
→ วิธีทำชัดเจน
→ เข้าใจง่าย
→ ทำได้จริง
→ เนื้อหากระชับ
→ ผลลัพธ์ชัดเจน

เปลี่ยนกรอบความคิด จากการ “ลองทำ”
สู่การ “วางระบบ” และ “มองภาพใหญ่”
เพื่อให้คุณเข้าใจว่า ทำไมบางธุรกิจถึงไม่ปังในออนไลน์

การวางรากฐาน “ก่อนทำตลาดออนไลน์”
เรียนรู้กลยุทธ์ที่จะทำให้ธุรกิจ “พร้อมโต + พร้อมขยาย”
ที่คุณต้องทำ “ก่อนลงโฆษณา”
และ “ก่อนที่จะโพสต์คอนเทนต์แรก”

เข้าใจพฤติกรรมและการตัดสินใจ
ของลูกค้าบนโลกออนไลน์
เพื่อให้คุณเข้าใจ “วิธีออกแบบธุรกิจ”
และ “วิธีวางระบบ” ที่สามารถสร้างผลลัพธ์ได้จริง

⚫️ จุดเด่นของหลักสูตร (Why This Course)

→ เน้น “Mindset + กลยุทธ์” ที่เจ้าของธุรกิจ “ไม่เข้าใจไม่ได้”

→ แนะนำสิ่งที่ “ไม่ใช่แค่ทำให้คุณรอด” แต่ทำให้คุณ “เติบโตและยั่งยืน”

→ ปูทางสู่การ “แก้ปัญหาจริง” ทั้งการตลาด การสร้างแบรนด์ และการสร้างทีม

→ ออกแบบมาเพื่อเจ้าของกิจการที่ “ต้องการผลลัพธ์” ไม่ใช่แค่มาหาความรู้

⚫️ สิ่งที่คุณจะได้รับ หลังจบหลักสูตรนี้

1. “กรอบความคิด” ที่จะทำให้การตลาดออนไลน์ของคุณ “ชัดเจนและมั่นคง”

2. ภาพชัด ๆ ว่าต้อง “วางรากฐานอะไรบ้าง” ก่อนที่คุณจะลงตลาดจริง

3. วิธีคิดในการ “ขายของราคาสูง” และปิดการขายลูกค้ารายใหญ่

4. Mindset ในการสร้างระบบ “ที่จะทำให้ธุรกิจยังเดินได้” แม้คุณจะเปลี่ยนทีม หรือเปลี่ยนคน

5. มุมมองระยะยาวในการทำตลาดออนไลน์ “ให้ยั่งยืนได้จริงและเติบโตได้จริง”

⚫️ ถึงเวลา “เปลี่ยนเกม” ของคุณแล้ว

→ ถ้าคุณทำตลาดออนไลน์มานาน แต่ยังไม่เห็นผลชัดเจน

→ ถ้าคุณอยากเริ่มต้นอย่างถูกต้องตั้งแต่วันนี้

→ หรือถ้าคุณกำลังหาวิธีปิดการขายลูกค้ารายใหญ่ให้ได้จริง

Digital Marketing Mindset คือคำตอบของคุณ

คุณสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับผู้บรรยายโดยตรง ทางโทรศัพท์, LINE และ Messenger (24 ชม.)



✅ 7. วัน, เวลา และสถานที่เรียน หลักสูตร Digital Marketing Mindset

⚫️ หลักสูตร Digital Marketing Mindset ให้บริการ 3 รูปแบบ ดังนี้

รูปแบบที่ 1 : Public Program

- จำนวน 10-30 ที่นั่ง
- จัดในโรงแรม
- เวลาเรียน 09:00 - 17:00 น.
- ครั้งต่อไปยังไม่มีกำหนดการ

รูปแบบที่ 2 : Exclusive 3-Seat Program (หลักสูตรพิเศษ 3 ที่นั่ง)

- ลูกค้าชวนกันมา 3 ท่าน
- สามารถเลือกวันเรียนได้เอง
- เวลาเรียน 10:00 - 17:00 น.
- เรียนที่ BRANDING.co.th

รูปแบบที่ 3 : Private Program

- เรียนท่านเดียว แบบ Private
- ลูกค้าสามารถเลือกวันเรียนได้เอง
- เวลาเรียน 10:00 - 17:00 น.
- เรียนที่ BRANDING.co.th

⚫️ สถานที่เรียน สำหรับ Exclusive 3-Seat Program และ Private Program

เรียนที่ BRANDING.co.th

ที่อยู่ 299/754 หมู่บ้าน มัณฑนา เลค วัชรพล ถนนสุขาภิบาล 5 ซอย 63/2 แขวงสายไหม เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร 10220

คลิกหมุดด้านล่าง เพื่อดู Google Maps



✅ 8. ขั้นตอนการให้บริการ (ทั้ง 3 รูปแบบ)

ทั้ง Public Program, Exclusive 3-Seat Program และ Private Program มีขั้นตอนการให้บริการ ดังนี้

⚫️ ขั้นตอนที่ 1 : เริ่มต้นด้วยการพูดคุยเบื้องต้นผ่าน LINE

ลูกค้าทัก LINE เพื่อพูดคุยกับผู้บรรยาย เพื่อให้เข้าใจภาพรวมของธุรกิจ ปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ และเป้าหมายที่ต้องการให้แบรนด์เติบโตไปถึง (หลังเรียนจบ ผู้บรรยายจะเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวให้กับลูกค้า นาน 2 เดือนเต็ม)

⚫️ ขั้นตอนที่ 2 : ลูกค้าเลือกรูปแบบการเรียน, วันเรียน และลงทะเบียนเรียน

ลูกค้าเลือกรูปแบบและวันที่สะดวกเข้ารับบริการ (Public Program / Exclusive 3-Seat Program / Private Program) โดยตลอดทั้งวัน จะเป็นการให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด เพื่อวางแนวทางอย่างเป็นระบบ

⚫️ ขั้นตอนที่ 3 : ลูกค้ายืนยันการลงทะเบียนเรียน ด้วยการชำระค่าบริการเต็มจำนวน (ราคาตามรูปแบบที่เลือก)

เมื่อลูกค้าชำระค่าบริการ วันหรือที่นั่ง ที่ลูกค้าเลือก จะถูก “ล็อกไว้เฉพาะ” สำหรับลูกค้าท่านนั้นทันที

*** ลูกค้าที่ต้องการยืนยันการลงทะเบียนเรียน กรุณาชำระเงินทันที เนื่องจาก คิวงาน/ที่นั่ง มีจำนวนจำกัด และมีผู้สนใจติดต่อเข้ามาเรื่อย ๆ ***

⚫️ ขั้นตอนที่ 4 : ลูกค้าเข้ารับบริการตามหลักสูตรที่เลือก โดยรับการ Consult เข้มข้นตลอดวัน

ให้บริการ 1 วันเต็ม
Public Program เวลา 09:00 – 17:00 น.
Exclusive 3-Seat Program เวลา 10:00 – 17:00 น.
Private Program เวลา 10:00 – 17:00 น.
โดยจะวิเคราะห์ธุรกิจ และวางกลยุทธ์สู่ทิศทางใหม่

สำหรับ Exclusive 3-Seat Program และ Private Program หากยังไม่ได้ข้อสรุปที่ครบถ้วน ผู้บรรยายจะ Consult ต่อ จนกว่าจะได้แผนที่ชัดเจนและนำไปใช้ได้จริง

⚫️ ขั้นตอนที่ 5 : หลังการ Consult 1 วัน ผู้บรรยายจะดูแลต่อเนื่อง นาน 2 เดือนเต็ม

หลังวันให้บริการ ผู้บรรยายจะยังคงเป็น “พาร์ตเนอร์ทางกลยุทธ์” ให้กับลูกค้าอีก 2 เดือนเต็ม พร้อมให้คำแนะนำเชิงกลยุทธ์ด้านแบรนด์และการตลาดออนไลน์ โดยลูกค้าสามารถติดต่อผู้บรรยายได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน เพื่อให้แน่ใจว่าแบรนด์จะเดินไปในทิศทางที่วางไว้จริง

ท่านที่สนใจหลักสูตร สามารถ Add LINE เพื่อเริ่มการพูดคุยเบื้องต้น (ขั้นตอนที่ 1)



✅ 9. อาหาร + เบรก + สิ่งที่มีให้ผู้เรียน

❌ สิ่งที่ “ไม่มีให้” (ทั้ง Public Program, Exclusive 3-Seat Program และ Private Program)

กรณีอุปกรณ์ทุกชนิดที่ผู้เรียนนำมาด้วย เกิดการขัดข้อง ทางบริษัท “ไม่มี” ช่างเทคนิค สำหรับช่วยแก้ปัญหาให้กับผู้เรียน

✅ สิ่งที่มีให้ (ทั้ง Public Program, Exclusive 3-Seat Program และ Private Program)

1. มี WiFi ให้ (ยกเว้น Public Program)
2. มีที่จอดรถให้
3. มีสมุดและปากกาให้
4. มีน้ำดื่มแบบขวดให้
5. มีอาหารกลางวัน
6. มี Coffee Break เช้า & บ่าย

สำหรับลูกค้าที่มีความต้องการพิเศษ เช่น อาหารมุสลิม มังสวิรัติ หรือข้อจำกัดอื่น ๆ กรุณาแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมทาง LINE



✅ 10. การเตรียมตัวของผู้เรียนหลักสูตร Digital Marketing Mindset

การเข้าร่วมหลักสูตร Digital Marketing Mindset เป็นก้าวสำคัญของผู้ประกอบการที่สนใจด้านการสร้างแบรนด์และการทำตลาดออนไลน์

เพราะเป็นการปรับวิธีคิด สร้างมุมมองใหม่ และเตรียมความพร้อมเพื่อพาธุรกิจไปข้างหน้าได้อย่างมั่นใจ การเตรียมตัวล่วงหน้าจะช่วยให้ผู้เรียนได้รับประโยชน์สูงสุดจากหลักสูตรนี้

1️⃣ ทำความเข้าใจกับเป้าหมายของตัวเอง

ก่อนเข้าหลักสูตร ควรตั้งคำถามกับตัวเองว่า

• ฉันอยากพัฒนาอะไรบ้าง ในด้าน Branding + Digital Marketing

• จุดแข็งและจุดอ่อนของธุรกิจหรือการตลาดของฉันคืออะไร

• หลังจบหลักสูตร ฉันอยากเห็นผลลัพธ์อะไร เช่น เพิ่มยอดขาย สร้างแบรนด์ที่ยั่งยืน เพิ่มความน่าเชื่อถือ ฯลฯ

การชัดเจนในเป้าหมาย จะช่วยให้คุณตั้งใจเรียน และเลือกโฟกัสในสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับธุรกิจของคุณ

2️⃣ เตรียมข้อมูลธุรกิจหรือแบรนด์ของตัวเอง

ผู้เรียนควรเตรียมข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับธุรกิจ

เช่น

• ประเภทธุรกิจ และสินค้าหรือบริการ

• กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

• ช่องทางการตลาดที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

• ผลลัพธ์ในปัจจุบัน ปัญหาที่พบ และเป้าหมายที่ต้องการ

ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถเชื่อมโยงกลยุทธ์ที่ได้รับ เข้ากับธุรกิจจริงได้ จะทำให้เรียนรู้ได้เร็วขึ้น และปรับใช้ได้ทันที

3️⃣ เปิดใจ พร้อมปรับ Mindset

หลักสูตรนี้ เน้นการปรับ Mindset ให้เหมาะกับโลกดิจิทัล ซึ่งอาจแตกต่างจากแนวคิดการตลาดแบบเดิม

• พร้อมเปิดรับแนวคิดใหม่ ๆ และวิธีการทำงานที่ยืดหยุ่น

• พร้อมทดลองและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

• มองข้อผิดพลาดเป็นโอกาสเรียนรู้

การมีทัศนคติแบบ Growth Mindset จะทำให้คุณนำความรู้ไปปรับใช้ได้จริง

4️⃣ วางแผนเวลา และสร้างพื้นที่เรียนรู้

• จัดตารางเวลาให้ชัดเจน ทั้งในช่วงเรียนและช่วงฝึกปฏิบัติ

• จดบันทึกไอเดียและคำถามไว้เสมอ เพื่อใช้ประโยชน์จากช่วงถามตอบกับที่ปรึกษา

5️⃣ เตรียมตัวสำหรับการต่อยอดหลังหลักสูตร

หลักสูตร Digital Marketing Mindset ไม่ใช่แค่การเรียนรู้ชั่วคราว แต่เป็นการสร้างพื้นฐาน เพื่อต่อยอดธุรกิจในระยะยาว

• เตรียมเปิดใจนำความรู้ไปปรับใช้ทันที

• วางแผนทดลองทำตามกลยุทธ์ที่ได้เรียน

• ใช้คำปรึกษาจากผู้บรรยาย เพื่อแก้ปัญหาจริงของธุรกิจ

การเตรียมตัวที่ดี จะช่วยให้คุณได้ประโยชน์สูงสุดจากหลักสูตร Digital Marketing Mindset เริ่มตั้งแต่การตั้งเป้าหมาย การเตรียมข้อมูลธุรกิจ การปรับ Mindset ไปจนถึงการลองทำตามกลยุทธ์ที่ได้รับ

เมื่อคุณพร้อม คุณจะสามารถเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่ และนำไปปรับใช้เพื่อสร้างผลลัพธ์จริงให้ธุรกิจของคุณได้ทันที

เคล็ดลับเล็ก ๆ : อย่าลืมจดบันทึกทุกไอเดียที่เกิดขึ้นระหว่างเรียน เพราะไอเดียเหล่านั้นอาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตอย่างก้าวกระโดด

คุณสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับผู้บรรยายโดยตรง ทางโทรศัพท์, LINE และ Messenger (24 ชม.)



✅ 11. ระบบช่วยเหลือผู้เรียนหลักสูตร Digital Marketing Mindset

การเรียนรู้ในโลกดิจิทัลนั้นไม่ใช่เพียงแค่การรับฟังบรรยายหรือดูตัวอย่างเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยระบบช่วยเหลือและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ได้จริง และสร้างผลลัพธ์ที่ชัดเจนให้กับธุรกิจของตนเอง

หลักสูตร Digital Marketing Mindset จึงมุ่งเน้นการสร้างระบบสนับสนุน เพื่อให้ผู้เรียนไม่ถูกทิ้งไว้เพียงลำพังในเส้นทางการเรียนรู้

⚫️ การสนับสนุนส่วนตัวจากที่ปรึกษา

ผู้เรียนแต่ละท่านจะได้รับการดูแลและให้คำแนะนำโดยตรงจากผู้บรรยาย ซึ่งจะดูแลแบบที่ปรึกษาส่วนตัวอย่างใกล้ชิดให้กับผู้เรียนนาน 2 เดือน

• ให้คำปรึกษาแบบส่วนตัว ทางโทรศัพท์, LINE และ Messenger

• รับคำแนะนำเฉพาะธุรกิจและเฉพาะปัญหาที่ผู้เรียนเผชิญอยู่

ระบบนี้จะทำให้ผู้เรียนสามารถแก้ปัญหาได้ทันที และมั่นใจว่าความรู้ที่ได้รับจะถูกนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

⚫️ การเข้าถึงและตอบคำถามได้ตลอดเวลา

ผู้เรียนสามารถติดต่อขอคำปรึกษาได้ตลอด 2 เดือนเต็ม

• โทรศัพท์ 097-225-2555

• LINE ID @branding

• Messenger m.me/www.branding.co.th

• ติดต่อได้ 24 ชั่วโมง ได้รับคำตอบรวดเร็ว เพื่อให้การเรียนรู้หรือการทดลองทำจริงไม่สะดุด

• สร้างความมั่นใจว่าผู้เรียนมีที่ปรึกษาคอยอยู่เคียงข้างเสมอ

⚫️ ระบบช่วยเหลือผู้เรียนในหลักสูตร Digital Marketing Mindset ถูกออกแบบให้ผู้เรียนมั่นใจได้ว่าสามารถนำ “วิธีคิด” และ “กลยุทธ์” ไปปรับใช้ได้จริง และสามารถสร้างผลลัพธ์ให้ธุรกิจของผู้เรียนได้จริง

อย่าลืมใช้ระบบช่วยเหลือทุกช่องทางอย่างเต็มที่ เพราะทุกคำถามและข้อสงสัยที่คุณถาม อาจเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยพาธุรกิจคุณไปข้างหน้าได้เร็วยิ่งขึ้น

✅ เรื่องที่ “ให้คำปรึกษา”

หลักสูตรนี้ออกแบบมาเพื่อช่วยผู้ประกอบการที่ต้องการ “สร้างแบรนด์อย่างจริงจังโดยเฉพาะ” จะให้คำปรึกษาเกี่ยวกับประเด็นต่อไปนี้เท่านั้น

1) การวิเคราะห์แบรนด์

• วิเคราะห์สถานะปัจจุบันของแบรนด์
• เจาะจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และความเสี่ยง
• ประเมินภาพลักษณ์แบรนด์ว่าตรงกับตลาดหรือไม่

2) การวางกลยุทธ์สร้างแบรนด์ (Brand Strategy Direction)

• ให้แนวทางการวาง Positioning
• ให้แนวทางการกำหนด Message หลักของแบรนด์
• ชี้จุดที่แบรนด์ต้องปรับเพื่อให้เติบโต

3) กลยุทธ์การสื่อสารแบรนด์ (Brand Communication)

• วิเคราะห์โทนภาษา ภาพลักษณ์ และวิธีสื่อสารปัจจุบัน
• แนะนำแนวทางให้แบรนด์ชัดเจนขึ้น น่าเชื่อถือขึ้น

4) การสร้าง Personal Brand สำหรับเจ้าของ

• วิเคราะห์จุดเด่น จุดขายของ CEO
• แนะนำแนวทางในการสร้างภาพจำและเนื้อหาที่เหมาะสม
• ชี้ช่องทางที่เหมาะกับตัวตนของแต่ละคน

5) การรีแบรนด์เชิงกลยุทธ์

• ประเมินว่าควรรีแบรนด์หรือไม่
• ให้แนวทางรีแบรนด์ที่ตอบโจทย์ธุรกิจและลูกค้า

6) การจัดลำดับขั้นตอน และ Roadmap การสร้างแบรนด์

• ช่วยวางลำดับสิ่งที่ควรทำก่อน–หลัง
• ลดความสับสน ทำให้เจ้าของรู้ว่าต้องเริ่มอย่างไร

7) การวางระบบ “เชิงกลยุทธ์” สำหรับทำตลาดออนไลน์

• การใช้ “Website + Social Media” เชิงกลยุทธ์


❌ เรื่องที่ “ไม่ได้ให้คำปรึกษา”

เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด หลักสูตรนี้ไม่ได้ให้คำปรึกษาในประเด็นเหล่านี้

1) ปัญหาส่วนตัวหรือปัญหาครอบครัว

เช่น ความรัก ทะเลาะกับคู่รัก ปัญหาภายในครอบครัว หรือเรื่องชีวิตส่วนตัวต่าง ๆ

2) การเงินส่วนตัว / การลงทุน

รวมถึงหุ้น, คริปโต, ฟอเร็กซ์, กองทุน หรือการบริหารหนี้ส่วนตัว

3) ปรึกษากฎหมาย / คดีความ

ไม่สามารถให้คำแนะนำด้านกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อพิพาททางธุรกิจได้

4) การตลาดเชิงเทคนิค (Technical Marketing)

เช่น

• การยิง Ads
• สอนปักพิกเซล
• สอนทำแคมเปญโฆษณาระดับลึก

(เราจะให้คำแนะนำเชิงกลยุทธ์เท่านั้น ไม่ใช่เชิงเทคนิคในการปฏิบัติ)

5) ปัญหาการจัดการภายในองค์กรที่ไม่เกี่ยวกับแบรนด์

เช่น ปัญหาพนักงาน, การทะเลาะกันภายในหุ้นส่วน, ทีมไม่ทำงาน, เงินเดือนไม่พอ ฯลฯ

(แต่ถ้าปัญหาเกิดจากแบรนด์ไม่ชัด สามารถปรึกษาได้)

6) การออกแบบโลโก้, ออกแบบงานกราฟิก หรืองานดีไซน์ด้าน CI ของแบรนด์

(หลักสูตรนี้ “เน้นกลยุทธ์” ไม่ใช่งานออกแบบ)

7) การสอนวิธีขายสินค้าแบบเจาะรายตัว

เช่น

• การขายสินค้าบางรายการ
• การตั้งราคาสินค้า
• การทำโปรโมชั่น
• ขอไอเดียขายสินค้าเฉพาะกรณีที่ไม่เกี่ยวกับกลยุทธ์แบรนด์

(หลักสูตรนี้เกี่ยวกับกลยุทธ์แบรนด์ ไม่ใช่งานขาย)


คุณสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับผู้บรรยายโดยตรง ทางโทรศัพท์, LINE และ Messenger (24 ชม.)



✅ 12. ข้อตกลงและเงื่อนไขในการให้บริการ หลักสูตร Digital Marketing Mindset

เพื่อให้การทำงานร่วมกัน เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และอยู่ในขอบเขตที่ชัดเจน จึงกำหนดข้อตกลงและเงื่อนไขในการให้บริการ สำหรับหลักสูตร Digital Marketing Mindset ดังต่อไปนี้

1️⃣ คุณสมบัติของผู้เข้าร่วมหลักสูตร

หลักสูตรนี้ให้บริการเฉพาะ “เจ้าของธุรกิจที่มีอำนาจตัดสินใจหลักเท่านั้น” โดยไม่สามารถมอบสิทธิ์ให้บุคคลอื่นเข้าร่วมแทนได้

2️⃣ ขอบเขตของหลักสูตร

หลักสูตรนี้เป็นการ “ให้คำปรึกษาด้านการสร้างแบรนด์และการตลาดออนไลน์เชิงกลยุทธ์เท่านั้น” โดยครอบคลุมเรื่องต่อไปนี้

• การวิเคราะห์แบรนด์
• การให้คำแนะนำด้านกลยุทธ์แบรนด์
• การให้คำแนะนำด้านการออกแบบโครงสร้างการสื่อสารออนไลน์ของแบรนด์
• การให้คำแนะนำด้านการตลาดออนไลน์เชิงกลยุทธ์

3️⃣ สิ่งที่ “ไม่รวม” อยู่ในหลักสูตรนี้

เพื่อความชัดเจน หลักสูตรนี้ ไม่ได้รวมถึง

3.1 ไม่ใช่การ “รับทำแบรนด์”

เช่น

• ไม่ได้รับทำโลโก้
• ไม่ได้รับออกแบบอัตลักษณ์แบรนด์ (CI)
• ไม่ได้รับออกแบบสื่อกราฟิก
• ไม่ได้รับออกแบบเว็บไซต์

(หลักสูตรนี้ เป็นการให้คำปรึกษา ไม่ใช่งานผลิต)

3.2 ไม่ใช่การ “รับ สร้าง/ดูแล สื่อออนไลน์ให้ลูกค้า”

เช่น

• ไม่ได้รับทำเว็บไซต์
• ไม่ได้รับดูแล Social Media
• ไม่ได้รับทำแคมเปญโฆษณา

3.3 ไม่ใช่การ “ทำคอนเทนต์ให้ลูกค้า”

เช่น

• ไม่ได้เขียนบทความให้ลูกค้า
• ไม่ได้ออกแบบภาพให้ลูกค้า
• ไม่ได้ทำกราฟิกให้ลูกค้า
• ไม่ได้ถ่ายทำ / ไม่ได้ตัดต่อวิดีโอ ให้ลูกค้า

3.4 ไม่ใช่การ “บริหารทีมงานให้ลูกค้า”

เช่น

• ไม่ได้เข้าไปเป็นหัวหน้าทีม
• ไม่ได้เข้าไปเป็นผู้บริหารทีมการตลาดหรือทีมคอนเทนต์
• ไม่ได้เข้าไปจัดการภายในองค์กร

3.5 ไม่ใช่การเป็นที่ปรึกษาด้านอื่นนอกเหนือจากแบรนด์และการตลาดออนไลน์

เช่น

• ไม่ได้เป็นที่ปรึกษากฎหมาย
• ไม่ได้เป็นที่ปรึกษาบัญชีหรือภาษี
• ไม่ได้เป็นที่ปรึกษาการบริหารองค์กร
• ไม่ได้เป็นที่ปรึกษาด้านการเงิน
• ไม่ได้เป็นที่ปรึกษาด้านการขาย

3.6 ไม่ได้ช่วยออกแบบ, พัฒนา, ผลิต หรือจัดหา “สินค้า/บริการ” ให้ลูกค้า

เช่น

• ไม่ได้ช่วยออกแบบ “สินค้า/บริการ” ให้ลูกค้า (ทั้ง “สินค้า/บริการ” เก่าและใหม่)
• ไม่ได้ช่วยพัฒนาสูตร “ผลิตภัณฑ์/บริการ” ให้ลูกค้า
• ไม่ได้ช่วยผลิตสินค้าแทนลูกค้า
• ไม่ได้ช่วยจัดหาผู้ผลิต, ซัพพลายเออร์ หรือผู้รับจ้างผลิต (OEM/ODM) ให้ลูกค้า

(หลักสูตรนี้ มุ่งเน้นด้านกลยุทธ์ ไม่เกี่ยวข้องกับงานพัฒนา “สินค้า/บริการ” โดยตรง)

4️⃣ บทบาทของที่ปรึกษา และการตัดสินใจของลูกค้า

• คำแนะนำทั้งหมดเป็นข้อมูลเชิงกลยุทธ์สำหรับการตัดสินใจของลูกค้า

• ลูกค้ามีสิทธิ์ในการพิจารณาเลือกทำหรือไม่ทำตามคำแนะนำได้เต็มที่

• ที่ปรึกษาจะไม่มีการบังคับหรือกำหนดให้ต้องดำเนินการตามคำแนะนำ

5️⃣ ขอบเขตความรับผิดชอบทางธุรกิจ

หลักสูตรนี้ “ไม่ใช่การรับบริหารธุรกิจให้ลูกค้า” และไม่มีการรับประกันผลลัพธ์ด้านธุรกิจ

เช่น

• ไม่ได้รับประกันยอดขาย
• ไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ของการดำเนินการ
• ไม่ได้รับประกันความสำเร็จทางธุรกิจในรูปแบบใด ๆ

เนื่องจากผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจ, การปฏิบัติ, การลงทุน และสภาพตลาดของลูกค้าเป็นสำคัญ

คุณสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับผู้บรรยายโดยตรง ทางโทรศัพท์, LINE และ Messenger (24 ชม.)



✅ 13. ค่าหลักสูตร Digital Marketing Mindset และวิธีการชำระเงิน

1️⃣ ค่าหลักสูตร แบบ Public Program

ค่าหลักสูตร ท่านละ 19,900 บาท
(ราคา Early Bird 12,900 บาท)
ครั้งต่อไป ยังไม่มีกำหนดการ

2️⃣ ค่าหลักสูตร แบบ Exclusive 3-Seat Program (หลักสูตรพิเศษ 3 ที่นั่ง)

สมัคร Exclusive 3-Seat Program วันนี้
รับสิทธิ์ราคาพิเศษ ท่านละ 19,900 บาท
(รวม VAT 7% แล้ว) จากราคาปกติ 39,900 บาท

(Exclusive 3-Seat Program มีคุณค่ามากกว่า 59,900 บาท เพราะคุณจะได้ทั้ง การวิเคราะห์แบรนด์ + Consult แบบ Exclusive + ความรู้ + Mindset + Solutions + การดูแลแบบที่ปรึกษาส่วนตัวจากผู้บรรยาย นาน 2 เดือนเต็ม)

กรณี หัก ณ ที่จ่าย 3%
ยอดโอน ท่านละ 19,342.06 บาท
ยอด หัก ณ ที่จ่าย ท่านละ 557.94 บาท

3️⃣ ค่าหลักสูตร แบบ Private Program

สมัคร Private Program วันนี้
รับสิทธิ์ราคาพิเศษ 39,900 บาท
(รวม VAT 7% แล้ว) จากราคาปกติ 59,900 บาท

(Private Program มีคุณค่ามากกว่า 79,900 บาท เพราะคุณจะได้ทั้ง การวิเคราะห์แบรนด์ + Consult แบบส่วนตัว + ความรู้ + Mindset + Solutions + การดูแลแบบที่ปรึกษาส่วนตัวจากผู้บรรยาย นาน 2 เดือนเต็ม)

กรณี หัก ณ ที่จ่าย 3%
ยอดโอน 38,781.31 บาท
ยอด หัก ณ ที่จ่าย 1,118.69 บาท

กรณี Private Program ที่เรียนมากกว่า 1 ท่าน (ภายใต้แบรนด์เดียวกัน) ท่านที่สองเป็นต้นไป คิดค่าบริการเพิ่ม ท่านละ 19,900 บาท (รวม VAT 7% แล้ว) จากราคาปกติ 39,900 บาท

สำหรับท่านที่สองเป็นต้นไป
กรณี หัก ณ ที่จ่าย 3%
ยอดโอน ท่านละ 19,342.06 บาท
ยอด หัก ณ ที่จ่าย ท่านละ 557.94 บาท

4️⃣ ข้อมูลบริษัท สำหรับทำหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย

REBRANDING (THAILAND) CO., LTD.

• บริษัท รีแบรนดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (สำนักงานใหญ่)

• เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 0105557128025

• ที่อยู่ 299/754 หมู่บ้าน มัณฑนา เลค วัชรพล ถนนสุขาภิบาล 5 ซอย 63/2 แขวงสายไหม เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร 10220

• ให้ลูกค้านำหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย มายื่นในวันเรียน หรือส่งมาตามที่อยู่ของบริษัท

• รับ ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี ในวันเรียน

5️⃣ วิธีชำระเงิน และวิธีแจ้งชำระเงิน

ชำระเงินโดยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของบริษัท

ธนาคารกสิกรไทย
สาขา เทสโก้ โลตัส ประชาชื่น
ชื่อบัญชี บจก. รีแบรนดิ้ง (ประเทศไทย)
เลขที่บัญชี 9542180827

แจ้งชำระเงินได้ 3 ช่องทาง คือ โทรศัพท์, LINE และ Messenger



✅ 14. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ท่านที่สนใจหลักสูตร Digital Marketing Mindset สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับผู้บรรยายได้โดยตรง

อลงกรณ์ ดอกดวง
Founder & MD of BRANDING.co.th
ผู้บรรยายหลักสูตร Digital Marketing Mindset

• Brand Strategist
• Strategic Branding Consultant
• 10+ Years of Experience

สอบถามข้อมูลได้ทางโทรศัพท์, LINE และ Messenger (24 ชม.)



✅ 15. ลงทะเบียนเรียน

ท่านกำลังจะลงทะเบียนเรียน
หลักสูตร Digital Marketing Mindset

กรณีต้องการลงทะเบียนเรียนมากกว่า 1 ท่าน
กรุณาลงทะเบียนเรียนทีละท่านจนครบ

ก่อนลงทะเบียนเรียน กรุณาทัก LINE เพื่อพูดคุยเบื้องต้นกับผู้บรรยายโดยตรง เพื่อให้ผู้บรรยายเข้าใจภาพรวมของธุรกิจ ปัญหาที่ท่านกำลังเผชิญอยู่ และเป้าหมายที่ท่านต้องการให้แบรนด์เติบโตไปถึง

แบบฟอร์มลงทะเบียนเรียน

1. ข้อมูลผู้เรียน

2. ข้อมูลออก ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี

(บุคคล/นิติบุคคล)

3. ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจ

4. หลักสูตรและรูปแบบการเรียน

กรุณาเลือกหลักสูตร และรูปแบบการเรียน
หลักสูตร Digital Marketing Mindset (Private Program)
หลักสูตร Digital Marketing Mindset (Exclusive 3-Seat Program)
หลักสูตร Digital Marketing Mindset (Public Program) ยังไม่มีกำหนดการ

Founder Programs

โปรแกรมการเรียนรู้และพัฒนาธุรกิจสำหรับผู้ก่อตั้งและผู้นำองค์กร ที่ต้องการยกระดับวิธีคิด ระบบการเติบโต และการสร้างแบรนด์เชิงกลยุทธ์ เพื่อพาธุรกิจเติบโตอย่างมีทิศทาง ชัดเจน และยั่งยืนในระยะยาว

ภาพโปร่ง 100x100
ภาพโปร่ง 100x100

Digital Marketing Mindset

เพราะ “ทิศทางที่ถูกต้อง” สำคัญกว่าความเร็วและวิธีการเดินทาง และจุดเริ่มต้นของการแก้ทุกปัญหาทางการตลาด คือ “ทิศทางต้องถูกก่อน”

ภาพโปร่ง 100x100
ภาพโปร่ง 100x100
‎BRANDING.co.th - LOGO.‎005.png

BRANDING.co.th

“เปลี่ยนเกมด้วยแบรนด์”

We help Enterprises and SMEs grow through:

• Strategic Branding
• Strategic Rebranding
• Strategic Remarketing
• Strategic Digital Transformation
• Strategic Marketing Technology (MarTech)

REBRANDING (THAILAND) CO., LTD.

299/754 หมู่บ้าน มัณฑนา เลค วัชรพล ถนนสุขาภิบาล 5 ซอย 63/2 แขวงสายไหม เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร 10220

เวลาทำการ 24 ชั่วโมง ทุกวัน

© BRANDING.co.th | All rights reserved.

bottom of page