



BRANDING.co.th
“Game-Changing Branding”
“เปลี่ยนเกมด้วยแบรนด์”

DIGITAL MARKETING MINDSET
✅ เมื่อคุณมี Digital Marketing Mindset ที่ถูกต้อง คุณจะ “วางตำแหน่งใหม่ให้กับทั้งธุรกิจ” คุณจะไม่แค่ปรับภาพลักษณ์ หรือทำเรื่องจุกจิก เล็ก ๆ น้อย ๆ อีกต่อไป เช่น คุณจะไม่มองแค่ Ads, ไม่มองแค่คอนเทนท์, ไม่มองแค่งานดีไซน์
✅ เมื่อคุณมี Digital Marketing Mindset ที่ถูกต้อง คุณจะทบทวน “วิธีคิด + แบรนด์ + ระบบ + เครื่องมือ” สำหรับทำ Digital Marketing ใหม่ทั้งหมด และคุณจะเชื่อมโยงทุกอย่างให้เป็นเนื้อเดียวกัน แบบไร้รอยต่อ
✅ Digital Marketing Mindset คือวิธีแก้ปัญหา “เชิงโครงสร้าง + เชิงระบบ” ที่เป็นการมอง “ภาพใหญ่” ที่จะช่วยให้คุณค้นพบ “คำตอบที่หามานาน” และด้วยการมองภาพใหญ่ คุณจะ “มองขาด” และ “มองเห็นผลลัพธ์ล่วงหน้า” ที่แตกต่างจากเดิม
❌ Digital Marketing Mindset ไม่ใช่การแก้ปัญหาแบบ “เฉพาะจุด” ซึ่งไม่สามารถเปลี่ยนเกมธุรกิจในภาพใหญ่ได้ ถ้าคุณไม่แก้ภาพใหญ่ทั้งระบบ คุณจะยังวนอยู่ในลูปเดิม ๆ และไม่เจอทางออก
✅ 1. “ผลลัพธ์” ที่คุณมีโอกาสได้รับ
นี่คือ “ผลลัพธ์” ที่คุณมีโอกาสได้รับ จากการทำ Digital Marketing แบบ “มองภาพใหญ่” อย่างแท้จริง ที่ไม่ใช่แค่ปรับภาพลักษณ์ หรือทำเรื่องจุกจิก เล็ก ๆ น้อย ๆ
1️⃣ แตกต่างและสามารถเหนือกว่าคู่แข่งได้
แบรนด์ที่ผ่านการวางกลยุทธ์อย่างดี จะมี “จุดยืน” และ “ภาพจำ” ที่ไม่สามารถเลียนแบบได้ง่าย ๆ ไม่ต้องแข่งขันด้วยราคาหรือการตลาดแบบสิ้นเปลือง แต่แข่งขันด้วยคุณค่าและการรับรู้เชิงลึกในใจของลูกค้า (ออกจากสงครามราคา)
2️⃣ เป็นตัวเลือกแรก ๆ ในใจของลูกค้า
เมื่อแบรนด์มีตำแหน่งที่ชัดเจน (Positioning) และมีการสื่อสารอย่างสม่ำเสมอในทุก Touchpoint ลูกค้าจะจดจำคุณได้ทันที และเลือกคุณเป็นตัวเลือกอันดับแรก ๆ โดยไม่ลังเล แม้จะมีคู่แข่งจำนวนมากในตลาด
3️⃣ น่าเชื่อถือสูง เพื่อขายของราคาสูง
แบรนด์ที่มีโครงสร้างเชิงกลยุทธ์ จะไม่ใช่แค่สวย แต่ “มีที่มา” และ “มีเหตุผลรองรับ” ทำให้สามารถสร้าง Trust ได้ในระดับสูง ทำให้เป็นแบรนด์ที่กล้าตั้งราคาแบบพรีเมียม และมีคนเต็มใจจ่าย
4️⃣ ขยายธุรกิจได้ง่ายกว่าและเร็วกว่า
แบรนด์ที่มีระบบ จะสามารถต่อยอดได้ทันทีเมื่อมีโอกาส ไม่ว่าจะขยายสินค้า ขยายสาขา ขยายแฟรนไชส์ ขยายทีม หรือเปิดตลาดใหม่ ๆ เพราะรากฐานของแบรนด์แข็งแรง ไม่ต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ทุกครั้ง
5️⃣ ลดภาระ ลดเวลา ลดค่าการตลาด
เมื่อแบรนด์พูดแทนคุณได้จริง ๆ ทุกการตลาดจะง่ายและประหยัดขึ้นอย่างชัดเจน ไม่ต้องทำแคมเปญใหม่ตลอดเวลา เพราะแบรนด์คือทรัพย์สิน (Brand Asset) ที่จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าให้กับธุรกิจของคุณ
6️⃣ จัดการง่าย พึ่งตัวเองได้ ใครก็ทำได้
“ระบบแบรนด์” ที่วางไว้อย่างเป็นระบบ จะช่วยให้ทีมงานหรือพาร์ทเนอร์สามารถทำงานต่อได้ทันที โดยไม่ต้องอาศัยแต่เจ้าของในการตัดสินใจ เรื่องการสื่อสาร หรือการตลาด อีกต่อไป สามารถช่วยลดความเสี่ยงให้กับ “ธุรกิจที่ต้องพึ่งพาเจ้าของตลอดเวลา” ได้
7️⃣ สามารถเติบโตแบบก้าวกระโดดได้
การสร้างแบรนด์อย่างมีกลยุทธ์ เปรียบเสมือนการเปลี่ยนจาก “จักรยาน” มาเป็น “เครื่องยนต์” จะช่วยให้ธุรกิจของคุณ สามารถเติบโตในแบบ Exponential ได้ และยังสร้างความพร้อมในการแข่งขัน ในจังหวะที่ตลาดเปลี่ยน
8️⃣ เปลี่ยนตำแหน่งของแบรนด์ให้สูงขึ้น
ไม่ใช่แค่เปลี่ยนภาพลักษณ์ แต่เปลี่ยน “การรับรู้ของตลาด” ว่าแบรนด์ของคุณยืนอยู่ในระดับไหน เช่น จากผู้เล่นรายย่อย กลายเป็นผู้นำในตลาด หรือจาก Local Player กลายเป็น Regional หรือ National Brand
9️⃣ เปลี่ยนสเกลของธุรกิจให้ใหญ่ขึ้น
เมื่อแบรนด์ถูกวางรากฐานใหม่ให้แข็งแรง การสเกลธุรกิจจะไม่ใช่แค่เรื่องของการเพิ่มยอดขาย แต่เป็นการ “ยกระดับในหลายมิติ” เช่น ระบบขององค์กร โครงสร้างของทีม ระบบของการตลาด และการบริหารแบรนด์ในระยะยาว เป็นต้น
✅ 2. ไม่ใช่คุณ “ทำตลาดไม่เป็น”
คุณอาจจำวันแรกที่เริ่มต้นธุรกิจได้ดี วันที่คุณตั้งใจว่าจะสร้างแบรนด์ให้ดัง ทำตลาดให้ปัง และอยากมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม แต่พอเวลาผ่านไป มันกลับกลายเป็นอีกแบบ
คุณโพสต์ทุกวัน ลงทุนยิง Ads ลงทุนจ้างทีม แต่ยอดกลับไม่โตอย่างที่ควรจะเป็น คุณเหนื่อยขึ้นเรื่อย ๆ แต่ผลลัพธ์กลับย่อเล็กลงเรื่อย ๆ จนคุณรู้สึกว่า “คุณทำทุกอย่างแล้ว” แต่ทำไมแบรนด์ไม่โต ยอดไม่โต เหมือนติดอยู่ในลูปเดิม ๆ ที่วนซ้ำ ๆ มาหลายปี
คุณเห็นคู่แข่งที่เริ่มทีหลัง แต่พวกเขาแซงคุณไปไกลแล้ว คุณเห็นแบรนด์ใหม่ ๆ โผล่ขึ้นมา แล้วลูกค้าก็เริ่มไหลไปหาเขา คุณจึงเริ่มถามตัวเองว่า “หรือฉันกำลังเล่นเกมผิดมาตลอด?”
จนวันหนึ่ง คุณเริ่มเข้าใจว่า ปัญหาไม่ใช่คอนเทนท์ ไม่ใช่ Ads ไม่ใช่ทีม และไม่ใช่ดวง แต่ปัญหาคือ “ทิศทาง” ทิศทางที่ผิดเพียงนิดเดียว อาจทำให้คุณเสียเวลาไปเป็นปี ๆ และทิศทางที่ถูก อาจทำให้คุณเติบโตแบบก้าวกระโดด แบบที่คุณไม่เคยคิดว่าตัวเองจะทำได้
นี่คือเหตุผลว่าทำไม หลักสูตร Digital Marketing Mindset จึงถูกสร้างขึ้นมา มันไม่ใช่หลักสูตร Digital Marketing แบบสอนยิง Ads สอนเขียนคอนเทนท์ แต่เป็นหลักสูตรที่ “รีเซ็ตความคิด” และ “จัดตำแหน่งธุรกิจใหม่ทั้งระบบ”
เพราะผมเข้าใจดีว่า คุณอยากออกจากสงครามราคา คุณอยากขายของให้ได้ราคาและสง่างาม คุณอยากดึงดูดลูกค้ากลุ่มบนให้พวกเขามาหาคุณเอง คุณอยากมีแบรนด์ที่โตได้จริง และอยากให้มูลค่าของมันเพิ่มสูงขึ้นทุกวัน
และคุณอยากมีระบบที่พาคุณโตขึ้นทุกวัน ไม่ใช่ระบบที่ทำให้คุณเหนื่อยขึ้นทุกวัน คุณอยากเปลี่ยนเกม ไม่ได้อยากเล่นเกมเดิม ๆ ไปเรื่อย ๆ และลึกลงไปกว่านั้นคือ “คุณอยากกลับมามีความหวังกับธุรกิจของตัวเองอีกครั้ง”
หลักสูตรนี้จึงไม่ใช่หลักสูตรที่สอนวิธีทำการตลาด แต่เป็นหลักสูตรที่ทำให้คุณ “มองธุรกิจของคุณใหม่ทั้งหมด” ให้คุณเห็น “สิ่งที่คุณไม่เคยเห็น” ให้คุณเลือก “ในสิ่งที่ถูกต้อง” และให้คุณ “กลับมามีพลังในการสร้างแบรนด์อีกครั้ง”
เพราะบางครั้ง ในสนามธุรกิจ ไม่ใช่คนที่ทำเยอะที่สุด ที่จะชนะ แต่คือคนที่ “เห็นเกมชัดที่สุด” ต่างหาก ที่จะชนะ และนี่คือเหตุผลที่คุณควรเรียนหลักสูตร Digital Marketing Mindset
1️⃣ คุณกำลังเป็นแบบนี้อยู่หรือเปล่าครับ?
• คุณลงทุนไปกับการตลาดออนไลน์มหาศาล แต่ยอดขายไม่ชัดเจน
• คุณยิง Ads จนเงินละลาย แต่แบรนด์ไม่เติบโตตามที่หวัง
• คุณเรียนคอร์สมามากมาย แต่สิ่งที่ได้ ยังไม่สามารถใช้จริงกับธุรกิจของคุณ
• คุณจ้างเอเจนซี่ จ้างที่ปรึกษา แต่ยังไม่เห็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้
• คุณทำทุกอย่างแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้ว “ปัญหาอยู่ตรงไหน?”
ถ้าคุณกำลังพยักหน้าอยู่ในใจ ผมอยากชวนคุณมาหาทางออกเรื่องนี้ร่วมกันครับ
2️⃣ “ปัญหาของคุณ” อาจไม่ได้อยู่ที่เครื่องมือ และไม่ใช่คุณทำตลาดไม่เป็น
เจ้าของกิจการจำนวนมาก มักคิดว่า ปัญหามาจาก “ตัวเองทำการตลาดไม่เป็น” แต่ความจริงแล้ว ปัญหามาจาก Mindset ที่ยังไม่ถูก
คุณอาจกำลังใช้วิธีคิดแบบ “ทำยังไงให้ขายได้เฉพาะในตอนนี้” แทนที่จะเป็น “ทำยังไงให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน”
ผลลัพธ์คือ
• คุณเหนื่อยมาก แต่ธุรกิจไม่โต
• คุณวิ่งตามทุกเทรนด์ แต่ยังไม่เจอทางออก
• คุณเก่งเรื่องเครื่องมือ แต่ยังขาด “ภาพใหญ่” ที่เชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกัน
(Digital Marketing Mindset คือ “การมองภาพใหญ่”)
3️⃣ Digital Marketing Mindset (การมองภาพใหญ่) จะเปลี่ยนอะไรให้คุณ?
• จะเปลี่ยนมุมมอง จาก “การตลาดคือการขาย” → เป็น “การตลาดคือการสร้างคุณค่าและระบบธุรกิจ”
• จะเปลี่ยนวิธีคิด จาก “ทำทุกอย่างที่คนบอก” → เป็น “เลือกทำสิ่งที่ใช่ที่สุดกับธุรกิจของคุณ”
• จะเปลี่ยนวิธีทำ จาก “พึ่งเครื่องมือเป็นหลัก” → เป็น “ใช้กลยุทธ์นำหน้า แล้วให้เครื่องมือเป็นตัวเดินตาม”
และที่สำคัญ คุณจะได้รู้ วิธีวางระบบก่อนทำตลาดออนไลน์ เพื่อให้การตลาดออนไลน์ของคุณทรงพลัง เหมือนเป็นศูนย์บัญชาการออนไลน์ของแบรนด์ ที่จะรวมทุกอย่างเข้าไว้ด้วยกัน และกลายเป็นเครื่องมือแก้เกือบทุกปัญหาของการตลาดออนไลน์ที่คุณกำลังเจออยู่
4️⃣ ทำไมคุณควรเรียน หลักสูตร Digital Marketing Mindset ตอนนี้?
✔️ เพราะทุกวันที่คุณยังเดินด้วย Mindset เดิม ๆ
คุณกำลัง
• เสียเงินโดยไม่รู้ตัว
• เสียเวลาโดยไม่จำเป็น
• เสียโอกาสที่คู่แข่งกำลังเก็บไป
• คุณอาจกำลังถอยหลัง โดยไม่รู้ตัว
✔️ นี่ไม่ใช่อีกหนึ่งคอร์ส ที่สอนเครื่องมือการตลาด
• แต่คือ คอร์สที่จะเปลี่ยนวิธีคิดของคุณ
• เมื่อวิธีคิดเปลี่ยน → วิธีทำเปลี่ยน → ผลลัพธ์ก็จะเปลี่ยน
✔️ ถ้าคุณคือเจ้าของกิจการที่ “ทำมาหมดแล้ว แต่ยังไม่เจอคำตอบ”
• หรือคุณคือคนที่ “อยากเริ่มต้นให้ถูกต้องตั้งแต่แรก”
• นี่คือหลักสูตรที่คุณ ไม่ควรพลาด
5️⃣ Digital Marketing Mindset (การมองภาพใหญ่) จะช่วยคุณเรื่องอะไรบ้าง ?
1. ปรับ “ทิศทาง” ให้ถูกต้อง และยั่งยืน
2. ผ่าทางตัน และออกจาก “ลูปเดิม ๆ”
3. สเกลธุรกิจใหม่ เพื่อเล่นเกมที่ใหญ่ขึ้น
4. วิธีคิด เพื่อ “เปลี่ยนเกม” ให้กับธุรกิจ
5. สร้าง “แบรนด์ + ระบบ” ที่แข็งแกร่ง
6. เหนือคู่แข่ง แตกต่าง หนีสงครามราคา
7. ระบบรองรับการยิง Ads ที่ผลลัพธ์ดีกว่า
8. ไม่ต้องฝากยอดขายไว้กับ แอดมิน/เซลส์
9. ขายของราคาสูงหรือมีลูกค้าเป็นกลุ่มบน
10. รองรับแรงกระแทกจากการเปลี่ยนแปลง
✅ 3. ทำไม “การสร้างแบรนด์และการทำตลาดออนไลน์” จึงควรมีที่ปรึกษา?
บริการนี้ ผู้ก่อตั้ง BRANDING.co.th จะเป็นผู้ให้บริการในทุกขั้นตอนของบริการ ตั้งแต่พูดคุยเบื้องต้น จนถึงการเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวให้กับคุณ เป็นเวลา 2 เดือนเต็ม โดยดูแลแบบใกล้ชิด และทำงานร่วมกันในระดับ Founder to Founder สามารถติดต่อได้ 24 ชั่วโมง ทุกช่องทาง
ทำไมคุณจึงควรมีที่ปรึกษา?
1️⃣ เพราะคุณต้องการ “คนพาทำ” ไม่ใช่แค่ “คนให้ความรู้”
ถ้าแค่เรียนรู้ แล้วกลับไปลองผิดลองถูกเอง คุณอาจ “ติดอยู่ที่เดิม” อีกหลายเดือน หรือหลายปี แต่ถ้ามีที่ปรึกษา คุณจะมี “คนพาเดินไปข้างหน้า” ทีละขั้น แบบไม่หลงทาง
2️⃣ เพราะคุณต้องการ “เปลี่ยนเกม” ไม่ใช่แค่เปลี่ยนรูปลักษณ์
ที่ปรึกษาที่ดี จะพาคุณวิเคราะห์ “ลึกกว่า” แค่ภาพลักษณ์ภายนอก แต่จะพาคุณเปลี่ยน “แก่นของแบรนด์” และเพิ่มกลยุทธ์ที่ทำให้ธุรกิจของคุณ มีโอกาส “โดดเด่นกว่าคู่แข่ง” ในระดับโครงสร้างได้
3️⃣ เพราะคุณต้องการ “ขยายธุรกิจ” อย่างมั่นคง และรวดเร็ว
การสร้างแบรนด์เพื่อขยายตลาด หรือสเกลธุรกิจ ต้องมี “ระบบ” ไม่ใช่มีแค่แรงบันดาลใจ ที่ปรึกษาจะช่วยคุณวางกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ ให้พร้อมเติบโต “อย่างเป็นระบบ”
4️⃣ เพราะคุณต้องการ “ผลลัพธ์ ไม่ใช่แค่คำแนะนำ”
ที่ปรึกษาจะทำงานเคียงข้างคุณ ช่วยคิด ช่วยวางแผน ใช้ประสบการณ์คิดแทนคุณในจุดที่ควรคิด และตรวจสอบจุดอ่อนที่อาจทำให้แบรนด์ของคุณไม่ทรงพลัง
5️⃣ เพราะคุณต้องการ “ลดความเสี่ยง”
การสร้างแบรนด์ หากวางกลยุทธ์ผิด อาจเสียลูกค้าเก่า และไม่ได้ลูกค้าใหม่ ที่ปรึกษาจะช่วยคุณวางแผน ให้การเปลี่ยนผ่านไม่มีผลกระทบ สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าเก่ามากกว่าที่เคย และสร้างลูกค้าใหม่ จากคนที่รู้จักแบรนด์ แต่ยังไม่เคยเลือก
6️⃣ เพราะคุณต้องการ “ทีมที่เข้าใจในสิ่งเดียวกัน”
ที่ปรึกษาจะช่วยให้ “คุณ” และ “ทีมของคุณ” เข้าใจทิศทางของแบรนด์ ไปในทางเดียวกัน เพื่อเปลี่ยนจาก “ธุรกิจที่ต้องรอเจ้าของ” ไปสู่ “ทีมที่ทำงานแทนได้”
7️⃣ เพราะคุณต้องการ “เติบโตแบบก้าวกระโดด ไม่ใช่แบบค่อยเป็นค่อยไป”
ที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ จะรู้ว่า “จุดไหนต้องทุ่ม” “จุดไหนต้องเบรก” “จุดไหนต้องลุย” คุณจึงไม่ต้องเสียเวลาเรียนรู้จากความผิดพลาดหลาย ๆ ปี ที่สร้างความเสียหายมหาศาล กว่าจะได้เรียนรู้บางอย่าง
8️⃣ เพราะคุณต้องการ “แบรนด์ที่คนอยากติดตาม ไม่ใช่แค่ขายได้”
“การสร้างแบรนด์เชิงกลยุทธ์” ไม่ใช่แค่เรื่องการขาย แต่คือการสร้าง “แบรนด์ที่น่าดึงดูด” ที่ปรึกษาจะช่วยคุณวางกลยุทธ์เพื่อสร้างผู้ติดตาม (สาวก) เพื่อสร้างความยิ่งใหญ่และยั่งยืนในระยะยาว
9️⃣ เพราะคุณต้องการ “ยกระดับของแบรนด์ให้สูงกว่าที่เป็นอยู่”
การที่แบรนด์ของคุณ อยู่ในตลาดได้อย่างดี มาหลายปี ไม่ได้แปลว่า “จะดีขึ้นอีกไม่ได้” ที่ปรึกษาตัวจริง จะมองเห็นศักยภาพที่คุณยังไม่ได้ใช้ หรือคุณอาจยังมองไม่เห็น เพื่อช่วยให้แบรนด์ของคุณ มีโอกาสขึ้นไปอยู่ในระดับที่คู่แข่งมองคุณเป็นแบรนด์ต้นแบบ
🔟 เพราะคุณไม่ได้ต้องการแค่ “อยู่รอด” แต่คุณต้องการ “นำตลาด”
ที่ปรึกษาตัวจริง ไม่ได้แค่พาคุณหลบวิกฤต แต่จะพาคุณ “เปลี่ยนสถานะ” จากแบรนด์ที่ “วิ่งตามตลาด” ไปสู่แบรนด์ระดับ “แถวหน้า” ที่คุณสามารถกำหนดทิศทางของตัวเองได้
✅ 4. จาก Founder ถึง Founder
สวัสดีครับทุกท่าน ผมชื่อ อลงกรณ์ ดอกดวง นะครับ เป็น Founder & MD ของ BRANDING.co.th รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ทุกท่านได้กรุณาให้ความสนใจครับ
ผมเดินอยู่บนเส้นทางของ “นักสร้างแบรนด์เชิงกลยุทธ์” มาตั้งแต่ ปี 2555 ในระยะเวลากว่า 10 ปี ผมได้ “พัฒนากลยุทธ์ + เปิดหลักสูตร + ให้คำปรึกษาผู้เรียน” มาแล้ว กว่า 100 รุ่น ปัจจุบันไม่ได้นับรุ่นแล้ว (ผมไม่ใช่อาจารย์ แต่ลูกค้ามักให้เกียรติเรียกผมว่าอาจารย์)
ในช่วงปีแรก ๆ ผมได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายให้กับหลายหน่วยงานสำคัญ ๆ เช่น กระทรวงอุตสาหกรรม, กระทรวงเกษตร, กระทรวงมหาดไทย, มหาวิทยาลัย, สมาคม/ชมรม และบริษัทเอกชน แต่ในช่วงหลัง ๆ ผมไม่ได้รับงานวิทยากร เพราะต้องการโฟกัสปั้นแบรนด์ให้ลูกค้า เพื่อสะสมผลงานให้กับตัวเอง
ตลอดเส้นทางที่ผมเดิน มันคือประสบการณ์ที่ประเมินค่าไม่ได้ เพราะนี่คือ “แบรนด์จริง ๆ” นับร้อยเคส ในหลากหลายอุตสาหกรรม และหลากหลายสถานการณ์ของธุรกิจ เนื้อหาของหลักสูตร Digital Marketing Mindset คือ “กลยุทธ์ที่ผมใช้มันจริง ๆ ครับ” ไม่ใช่แค่ทฤษฎี
ผมคือ “ที่ปรึกษาการสร้างแบรนด์เชิงกลยุทธ์” (Strategic Branding Consultant) ที่พร้อมจะเดินร่วมทางไปกับคุณ เพราะทุกธุรกิจ ล้วนต้องการ “แบรนด์ที่แข็งแรง” สิ่งที่ผมทำคือ การพาธุรกิจออกจากกับดักเดิม ๆ
➡️ บางแบรนด์ เริ่มต้นจากศูนย์ และไม่รู้ว่าจะวางตำแหน่งของแบรนด์อย่างไร ให้มีจุดยืนที่มั่นคง
➡️ บางแบรนด์ กำลังเผชิญกับวิกฤติ ยอดขายหด ลูกค้าหาย ไม่มีใครจดจำแบรนด์ได้ และถูกคู่แข่งบีบให้แข่งขันด้วยราคา
➡️ บางแบรนด์ แม้จะเติบโตได้ระดับหนึ่ง แต่ก็ติดเพดาน ไม่สามารถขยายตลาดได้ และไม่มีความแตกต่างที่ชัดเจนในตลาด
➡️ บางแบรนด์ เป็นธุรกิจที่มีมูลค่าสูง แต่ภาพลักษณ์และการสื่อสาร ยังไม่สมกับมูลค่า ทำให้สูญเสียโอกาสไปอย่างมหาศาล
นี่คือ Pain Points ที่ผมเห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และมันคือเหตุผลที่ทำให้ผมเป็น “ที่ปรึกษาการสร้างแบรนด์เชิงกลยุทธ์” (Strategic Branding Consultant)
ผมทำงานกับเจ้าของธุรกิจโดยตรงเท่านั้น ไม่ได้ทำงานกับพนักงานของลูกค้า และผมจะทำงานกับลูกค้าด้วยตัวเองในทุกขั้นตอนของบริการ ไม่ใช่เอเจนซี่ที่จ้างพนักงานให้มาทำงานแทนผม และผมไม่ใช่นักออกแบบ CI หรือดีไซน์เนอร์ ที่มุ่งแค่ “ทำให้แบรนด์สวย”
แต่สิ่งที่ผมทำคือ “วิเคราะห์ธุรกิจ”, “ออกแบบโครงสร้างของแบรนด์ใหม่”, “วางตำแหน่งของแบรนด์ใหม่” และ “ออกแบบกลยุทธ์เพื่อเปลี่ยนเกมให้กับธุรกิจ”
แนวทางของผม คือการเข้าไปจับ “จุดยุทธศาสตร์ที่แท้จริงของแบรนด์” เพราะมันคือแก่น คือสิ่งสำคัญที่สุด และเร่งด่วนที่สุด ที่เจ้าของแบรนด์จะต้องทำ
ไม่ว่าคุณจะอยู่ในสถานการณ์ใด และอุตสาหกรรมไหน
➡️ เริ่มต้นจากศูนย์ ยังมองภาพรวมไม่ออก
➡️ ไปต่อไม่ได้ ไม่รู้จะเอายังไงดี
➡️ ติดเพดาน วนอยู่ในลูปเดิม ๆ มาหลายปี
➡️ เจอวิกฤติหนัก มืดแปดด้าน หาทางออกไม่เจอ
➡️ มองหาโอกาสใหม่ ๆ และต้องการยกระดับของแบรนด์
➡️ ต้องการขยายธุรกิจ และสเกลธุรกิจใหม่
ผมจะทำงานกับคุณ อย่างใกล้ชิด เพื่อให้แบรนด์ของคุณ ไม่เพียงแค่ “ดูดี” แต่ต้อง มีจุดยืนที่ชัดเจน, แตกต่าง และสร้างพลังให้ธุรกิจของคุณ สามารถเดินหน้าได้อย่างมั่นใจ
ไม่ว่าคุณจะเริ่มต้นจากศูนย์, พัฒนาต่อยอด หรือต้องการรีแบรนด์ “การสร้างแบรนด์เชิงกลยุทธ์” (หรือรีแบรนด์เชิงกลยุทธ์) จะไม่ใช่แค่การเปลี่ยน “ภาพลักษณ์” แต่คือการ “เปลี่ยนอนาคต” ให้กับธุรกิจของคุณ และผมจะยืนอยู่ตรงนี้ เพื่อพาคุณก้าวไปสู่อนาคตนั้น
ธุรกิจที่มั่นคงและแตกต่าง เริ่มต้นจากแบรนด์ที่ “ชัดเจนและทรงพลังพอที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริง” หากคุณต้องการที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ “เพื่อเปลี่ยนเกม” ผมยินดีที่จะร่วมเดินทางไปกับคุณ บนเส้นทางของ “การสร้างแบรนด์อย่างแท้จริง”
ตลอดระยะเวลากว่าทศวรรษ ผมเปิดหลักสูตรและเวิร์กช็อปด้านการสร้างแบรนด์มาแล้วกว่า 100 รุ่น (ปัจจุบันไม่ได้นับรุ่นแล้ว)
ผมเริ่มต้นเส้นทางนี้ ตั้งแต่ปี 2555 (หลังจากเริ่มสะสมองค์ความรู้ มาตั้งแต่ ปี 2543) ตอนนั้นผู้คนยังไม่ค่อยโฟกัสสร้างแบรนด์อย่างจริงจังเหมือนในทุกวันนี้ แต่ผมกลับหลงใหลในการสร้างแบรนด์เอามาก ๆ
ผมเห็นว่าหลายแบรนด์มีสินค้าที่ดี มีทีมที่ตั้งใจ แต่ขาดสิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง คือ “แบรนด์ที่สื่อสารตัวตนและคุณค่าได้ชัดเจน” ผมจึงเริ่มลงมือพัฒนากลยุทธ์ในการสร้างแบรนด์ที่เจ้าของแบรนด์สามารถนำไปใช้งานได้จริง
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการเดินทางของผม ในฐานะ “นักสร้างแบรนด์เชิงกลยุทธ์” (Strategic Brand Builder) ที่ตั้งใจจะทำให้คำว่า “แบรนด์” กลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้ เข้าใจได้ และใช้ “เปลี่ยนเกม” ให้กับธุรกิจได้จริง ๆ
ตลอดระยะเวลากว่าทศวรรษ ผมได้เปิดหลักสูตรและเวิร์กช็อปด้านการสร้างแบรนด์มาแล้วกว่า 100 รุ่น สิ่งที่ผมยึดถือมาโดยตลอดคือ ผมจะไม่สอนสิ่งจุกจิก แต่จะพาลูกค้า “มองภาพใหญ่”
เพราะการสร้างแบรนด์ ไม่ใช่แค่เรื่องโลโก้ สี ดีไซน์ หรือการโพสต์คอนเทนต์ แต่คือ “วิธีคิด + กระบวนการสร้างคุณค่า + ระบบ” ที่ทำให้ธุรกิจอยู่รอดได้ในระยะยาว ดังนั้น ทุกหลักสูตรที่ผมสอน จึงไม่ได้มุ่งให้ผู้เรียน “จดจำแค่สูตรในการทำ” แต่จะให้เข้าใจถึง “วิธีคิดของแบรนด์ที่ยั่งยืน”
ผมเชื่อเสมอว่า ถ้าเจ้าของธุรกิจเข้าใจ “แก่นของแบรนด์” เขาจะเข้าใจ “ทิศทาง” และตัดสินใจทุกอย่างได้อย่างถูกต้อง เพราะแบรนด์ที่แข็งแรง เริ่มจาก “เจ้าของที่เข้าใจตัวเองและลูกค้าอย่างแท้จริง”
ในฐานะที่ผมเป็น “ที่ปรึกษาการสร้างแบรนด์เชิงกลยุทธ์” กว่า 10 ปี ผมมีโอกาสได้ร่วมงานกับแบรนด์ต่าง ๆ มาแล้วจำนวนมาก ทั้งระดับบุคคล และระดับองค์กร ตั้งแต่แบรนด์ SME ที่เพิ่งเริ่มต้น ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่
จากประสบการณ์กว่า 10 ปี ผมได้เห็น “เบื้องหลังของความสำเร็ จ” และ “รอยรั่วที่ทำให้แบรนด์สะดุด” มานับไม่ถ้วน ในหลากหลายอุตสาหกรรม สิ่งที่ผมได้เรียนรู้คือ “ทุกแบรนด์มีจุดแข็งอยู่แล้วในตัว เพียงแต่ยังไม่ถูกถอดออกมาอย่างเป็นระบบ”
งานของผมจึงไม่ใช่การบอกว่า ควรเป็นอย่างไร แต่คือการ “ค้นหาตัวตนที่แท้จริงของแบรนด์นั้น แล้ววางกลยุทธ์ให้เดินต่ออย่างมั่นคง”
ผมเชื่อในการทำงานร่วมกับเจ้าของธุรกิจแบบ Real Partnership พูดตรง มองกว้างและลึก และมุ่งหาคำตอบที่ยั่งยืน ไม่ใช่คำตอบที่สวยงามฉาบฉวยเพียงชั่วคราว
แม้ลูกค้าหลายคนจะเรียกผมว่า “อาจารย์” แต่ในความเป็นจริง ผมไม่ใช่อาจารย์เลย ผมคือ นักสร้างแบรนด์ที่ใช้กลยุทธ์เป็นเข็มทิศ ผมไม่ได้มาจากสายดีไซน์ สิ่งที่ผมมองไม่ใช่แค่แบรนด์สวยดูดี แต่ผมมอง “ระบบรองรับในระยะยาว”
ทุกกลยุทธ์ที่ผมวางให้กับแบรนด์ของลูกค้า จะไม่ได้มองแค่เพื่อให้แบรนด์ดูดีในวันนี้ แต่มองเพื่อให้แบรนด์ “ยืนได้” ในอีก 3 ปี 5 ปี 10 ปี หรือยาวกว่านี้ เพราะสุดท้ายแล้ว ผมเชื่อว่า “แบรนด์ที่ยั่งยืน ไม่ได้เกิดจากการทำให้คนแค่จำได้ แต่เกิดจากการทำให้คนไว้วางใจและมีระบบรองรับ”
และนั่นคือสิ่งที่ผมทำมาตลอดกว่า 10 ปี
เปลี่ยนทิศทางที่ถูกต้อง (วิธีคิด) ให้กลายเป็นกลยุทธ์
เปลี่ยนแบรนด์ให้กลายเป็นทรัพย์สิน
และเปลี่ยนเจ้าของธุรกิจให้กลายเป็น
ผู้นำที่มีแบรนด์ในตัวเองอย่างแท้จริง
ขอบคุณทุกท่านที่กรุณาให้เกียรติติดตาม
อลงกรณ์ ดอกดวง
• Founder & MD of BRANDING.co.th
• Strategic Branding Consultant
• 10+ Years of Experience
ท่านที่สนใจ หลักสูตร Digital Marketing Mindset สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับผมได้โดยตรง ทางโทรศัพท์ หรือ LINE
✅ 5. ทำไมคุณต้องเรียน หลักสูตร Digital Marketing Mindset ?
เพราะ Digital Marketing ที่ได้ผลจริง ไม่ได้เริ่มจากเครื่องมือ แต่เริ่มจาก “วิธีคิด” หลักสูตร Digital Marketing Mindset จะช่วยคุณปรับมุมมองจากการทำการตลาดแบบลองผิดลองถูก ไปสู่การคิดเชิงกลยุทธ์ เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัลอย่างลึกซึ้ง
รู้ว่าควรใช้ช่องทางไหน เมื่อไร และเพื่ออะไร ไม่หลงกับเทรนด์หรือแพลตฟอร์มโดยไร้ทิศทาง แต่สามารถเชื่อม “แบรนด์–คอนเทนท์–ยอดขาย” เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ทำให้ทุกงบ ทุกโพสต์ และทุกแคมเปญ มีเหตุผลรองรับ และสร้างการเติบโตให้ธุรกิจได้อย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่เพียงชั่วคราว
➡️ 1) เพราะคุณอยาก “เดินถูกตั้งแต่วันแรก” และไม่อยากเสียเวลาไปกับทิศทางที่ผิดอีกต่อไป
เจ้าของแบรนด์จำนวนมากเสียเวลาไปเป็นปี ๆ อยู่กับการลองผิดลองถูก ทั้งคอนเทนต์ ทั้งการตลาด ทั้งแนวทางของธุรกิจ แต่ผลลัพธ์กลับ “ไม่ไปไหน” ทั้งที่ทำเต็มที่แล้ว หลักสูตรนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้คุณเดินบน “ทางที่ใช่” ตั้งแต่ต้น ลดเวลาหลงทาง ลดความผิดพลาดที่ไม่จำเป็น และพาธุรกิจของคุณไปสู่ทิศทางที่ยั่งยืนกว่าเดิมอย่างชัดเจน
➡️ 2) เพราะคุณอึดอัดที่แบรนด์เหมือนหยุดอยู่ที่เดิม และคุณ “อยากหลุดออกจากลูปเดิม ๆ” ให้ได้จริง ๆ สักที
หลายคนรู้สึกเหมือนตัวเองติดอยู่ในลูปเดิม ๆ โพสต์เหมือนเดิม เจอลูกค้าแบบเดิม เจอปัญหาแบบเดิม และยอดขายก็ไม่ขยับเหมือนเดิม หลักสูตรนี้จะพาคุณออกจาก “ลูปที่ไม่มีวันจบ” สู่แนวคิดใหม่ ระบบใหม่ มุมมองใหม่ ที่ทำให้ธุรกิจของคุณขยับขึ้นได้จริง ไม่ใช่แค่มีความหวังอย่างเดียว แต่ไม่เกิดผลลัพธ์จริง
➡️ 3) เพราะคุณอยาก “สเกลธุรกิจ” แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหน หรือกลัวก้าวผิดแล้วพังทั้งระบบ
คุณอยากโต แต่ก็กลัวโตแล้วพัง เพราะไม่รู้ว่าควรสเกลอะไรก่อน แบรนด์? การตลาด? ทีม? หรือระบบ? หลักสูตรนี้จะทำให้คุณชัดเจนว่า “จะโตแบบไหน ถึงจะไม่ล้ม” และสอนแนวคิดที่ทำให้การสเกลธุรกิจของคุณไปได้ไกลขึ้น เล่นเกมที่ใหญ่ขึ้น แต่มั่นคงกว่าเดิม
➡️ 4) เพราะคุณต้องการวิธีคิดใหม่ ที่ช่วย “เปลี่ยนเกม” แทนการวิ่งแข่งแบบเดิม ๆ ที่เหนื่อยไม่รู้จบ
คุณไม่ได้แพ้เพราะคุณไม่เก่ง แต่คุณแพ้เพราะคุณเล่นเกมเดียวกันกับทุกคน ทั้งราคา ทั้งคอนเทนต์ ทั้งการตลาด หลักสูตรนี้จะให้ “วิธีคิดที่สามารถเปลี่ยนเกมได้จริง” ที่ทำให้คู่แข่งไล่ตามคุณไม่ทัน และทำให้ธุรกิจของคุณ มีตำแหน่งที่ยกระดับขึ้นอย่างชัดเจน
➡️ 5) เพราะคุณอยากมีทั้ง “แบรนด์และระบบ” ที่ทำงานแทนคุณได้จริง ๆ ไม่ใช่พึ่งแต่แรงของตัวเอง
คุณเหนื่อยเพราะธุรกิจยึดติดกับตัวคุณเองมากเกินไป หลักสูตรนี้จะช่วยออกแบบวิธีคิดที่ทำให้ “ระบบและแบรนด์ทำงานแทนคุณ” ไม่ใช่คุณทำงานทุกอย่างเองเหมือนที่ผ่านมา
➡️ 6) เพราะคุณ “อยากหนีสงครามราคา” และอยากให้ลูกค้าเลือกคุณ “เพราะคุณค่า” ไม่ใช่เพราะราคาถูกกว่า
ถ้าคุณรู้สึกว่า อะไรก็ต้องลดราคา ลูกค้าก็ต่อราคา คู่แข่งก็แข่งราคากันอย่างเดียว แสดงว่าคุณยังอยู่ในเกมที่ผิด หลักสูตรนี้จะช่วยเปลี่ยน Mindset ของการสร้างคุณค่า และทำให้แบรนด์ของคุณ “เหนือคู่แข่งแบบไม่ต้องลดราคาเลยสักบาท”
➡️ 7) เพราะคุณ “เหนื่อยกับการยิง Ads” ที่ไม่มีกลยุทธ์รองรับ ทำให้เสียเงินโดยไม่คุ้มค่า และไม่สามารถต่อยอดให้แบรนด์ได้
คุณอาจใช้เงินไปเยอะแล้วกับ Ads แต่ผลลัพธ์กลับไม่สอดคล้องกับความตั้งใจ เพราะระบบรองรับการยิง Ads ยังไม่แข็งแรง หลักสูตรนี้จะทำให้คุณเข้าใจ “ระบบรองรับ Ads ที่ต้องมี” เพื่อให้เงินที่คุณยิงไปเกิดผลลัพธ์มากกว่าที่เคยหลายเท่า
➡️ 8) เพราะคุณ “ไม่อยากฝากยอดขาย” เอาไว้กับแอดมินหรือเซลส์เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป
คุณเคยไหม เดือนนี้ยอดดี เพราะเซลส์เก่ง เดือนหน้ายอดตก เพราะเซลส์ลาออก? หลักสูตรนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจวิธีสร้าง “ระบบการขายที่ไม่ขึ้นอยู่กับคน” และเป็นระบบที่เปลี่ยนคนได้ทันที โดยที่ธุรกิจไม่สะดุด เพราะพนักงานของคุณทุกคนสามารถทำได้ รวมถึงคนใหม่ที่เพิ่งมาทำงานในวันแรก
➡️ 9) เพราะคุณ “อยากขายของราคาสูง” อย่างสง่างาม อยากมีลูกค้ากลุ่มบนที่เห็นคุณค่าอย่างแท้จริง และยินดีจ่ายในราคาที่คุณคู่ควร
คุณรู้ว่า คุณมีของดี แต่เวลาตั้งราคาสูง กลับรู้สึกไม่มั่นใจ หรือกลัวลูกค้าไม่ซื้อ หลักสูตรนี้จะทำให้คุณเข้าใจ Mindset การขายของราคาสูง และทำให้แบรนด์ของคุณน่าเชื่อถือพอที่จะดึงดูดลูกค้ากลุ่มบนได้จริง ๆ
➡️ 10) เพราะคุณรู้สึกว่า “โลกมันเปลี่ยนเร็วเกินไป” และกลัวว่าธุรกิจของคุณ จะทนแรงกระแทกไม่ไหว
พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนเร็ว เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว คู่แข่งเกิดใหม่ตลอดเวลา หลักสูตรนี้จะให้วิธีคิดและระบบที่ “อยู่รอดได้ในความเปลี่ยนแปลงที่รุนแรง” และพร้อมรับมือกับแรงกระแทกที่ถาโถมเข้ามาตลอดเวลา
➡️ 11) เพราะคุณ “ไม่อยากเสียโอกาสในการเปิดตลาดใหม่” และอยากเติบโตในพื้นที่ที่ใหญ่กว่าที่คุณอยู่ในตอนนี้
คุณรู้ว่าตลาดเดิมมันตัน แต่การเปิดตลาดใหม่ก็เสี่ยง หลักสูตรนี้จะทำให้คุณรู้ว่า “แบรนด์ + ระบบเชิงกลยุทธ์” ในการทำตลาดออนไลน์ สามารถช่วยคุณขยายโอกาสและเปิดตลาดใหม่ ๆ ได้อย่างไร
➡️ 12) เพราะคุณ “อยากวางระบบให้ขายง่ายขึ้น” แม้ลูกค้าเดิมจะเงียบ หรือ Ads จะไม่เสถียรก็ตาม
คุณอาจกำลังอยู่ในจุดที่ยอดขายขึ้น ๆ ลง ๆ แบบไร้ทิศทาง หลักสูตรนี้จะช่วยให้คุณออกแบบระบบการขายที่ “ขายได้แม้ในวันที่ทุกอย่างไม่เป็นใจ” และทำให้ธุรกิจของคุณเสถียรขึ้นอย่างชัดเจน
➡️ 13) เพราะคุณ “อยากมีระบบที่ไม่ต้องเหนื่อยกับคน” ไม่ต้องวิ่งหาคนมาแทนคนที่ลาออก ไม่ต้องเหนื่อยกับการสอนคนใหม่ และไม่ต้องกลัวว่าใครจะลาออก
คุณเหนื่อยเพราะธุรกิจผูกติดกับพนักงานบางคนมากเกินไป หลักสูตรนี้จะช่วยให้คุณสร้าง “ระบบที่เปลี่ยนคนได้ทันที” โดยผลลัพธ์จะยังคงเหมือนเดิม ไม่ต้องให้ใครเป็น “ตัวแปรของยอดขาย” อีกต่อไป
➡️ 14) เพราะคุณ “อยากมีโครงสร้างที่รองรับการเปลี่ยนแปลง” ทั้งด้านเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภค
วันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนเร็วมาก AI, พฤติกรรมลูกค้า, ช่องทางใหม่ ๆ หลักสูตรนี้จะเตรียมให้คุณพร้อม ไม่ใช่แค่รอด แต่เติบโตได้ในภาวะที่คนอื่นกำลังถดถอย
➡️ 15) เพราะคุณอยากให้แบรนด์ “เติบโตแบบก้าวกระโดด” ไม่ใช่เติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป
คุณทำธุรกิจมานานแล้ว แต่โตช้า โตไม่ทันตลาด โตไม่ทันคู่แข่ง หลักสูตรนี้จะปลดล็อกวิธีคิดและระบบที่ทำให้แบรนด์ของคุณสามารถ “กระโดดขึ้นไปสู่อีกระดับ” ได้จริง ๆ
➡️ 16) เพราะคุณอยากยกระดับแบรนด์ “จาก Local สู่ Regional หรือ National Brand” อย่างมั่นคง
คุณพร้อมแล้วที่จะยกระดับแบรนด์ แต่ยังไม่รู้ว่าต้อง “แต่งตัวให้แบรนด์แบบไหน” เพื่อให้พร้อมสำหรับระดับที่ใหญ่ขึ้น หลักสูตรนี้จะช่วยให้คุณวางรากฐาน Mindset และโครงสร้างการตลาดออนไลน์ในแบบที่แบรนด์ระดับประเทศใช้กัน
➡️ 17) เพราะคุณ “อยากสเกล ทั้งแบรนด์ ทั้งโครงสร้าง ทั้งการตลาด” ให้ไปในทิศทางเดียวกัน
หลายแบรนด์พังตอนสเกล เพราะ “สเกลธุรกิจอย่างเดียว แต่ไม่สเกลระบบ” หลักสูตรนี้จะช่วยให้คุณสเกลทุกองค์ประกอบให้สอดประสานกันเป็นหนึ่งเดียว ไม่ใช่โตแบบแยกส่วนจนกลายเป็นปัญหา
➡️ 18) เพราะคุณอยากเตรียมตัวให้พร้อม ก่อนขยายธุรกิจ “เข้าสู่ตลาดที่ใหญ่กว่า”
คุณรู้ว่าตัวเองพร้อมจะโต แต่ถ้ายังไม่มีแนวคิดที่ถูกต้อง การโตนั้นอาจกลายเป็นภาระแทนที่จะเป็นโอกาส หลักสูตรนี้จะช่วยให้คุณเตรียมโครงสร้างและแนวคิดให้พร้อม ก่อนจะสเกลจริง
➡️ 19) เพราะคุณเหนื่อยกับการทำการตลาดแบบที่ “ลงทุนลงแรงเยอะ แต่ผลลัพธ์ต่ำเกินไป”
คุณรู้สึกว่า ทุกวันคือการทำงานที่เหมือนเดิม วนอยู่ที่เดิม ผลลัพธ์ไม่ได้ตามที่หวัง หลักสูตรนี้จะแก้ระบบคิดและทิศทางให้ใหม่ ทำให้แรงที่คุณลง “ออกดอกออกผล มากกว่าเดิมหลายเท่า”
➡️ 20) เพราะคุณรู้สึกว่า “คู่แข่งเคลื่อนที่เร็วกว่า” และไม่อยากถูกทิ้งไว้ข้างหลังอีกต่อไป
หลายแบรนด์ไม่ใด้แพ้เพราะ สินค้า/บริการ ไม่ดี แต่แพ้เพราะคิดช้า ทำช้า และปรับตัวช้า หลักสูตรนี้จะทำให้คุณ “คิดอย่างเป็นระบบเพื่อทำให้คุณเดินเร็วขึ้น” ตัดสินใจเร็วขึ้น และเลือกทางที่คุ้มค่าที่สุดในเวลาที่สั้นที่สุด
➡️ 21) เพราะคุณรู้สึกว่า “แบรนด์ยังไม่คม ยังไม่ชัด และยังไม่โดดเด่น” พอที่ตลาดจะมองเห็น
คุณอาจรู้สึกว่าแบรนด์ของคุณดี แต่ลูกค้ากลับมองไม่เห็น ไม่เลือก ไม่รู้สึกว่าคุณแตกต่าง หลักสูตรนี้จะทำให้คุณชัดเจนว่า “อะไรคือตัวตนของแบรนด์ที่แท้จริง” และทำให้แบรนด์ของคุณโดดเด่นกว่าคู่แข่งในตลาด
➡️ 22) เพราะคุณ “อยากมีแบรนด์ที่แข็งแรงพอที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์” ในอนาคต
คุณอาจคิดไปไกลแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าต้องเตรียมตัวอย่างไร หลักสูตรนี้คือพื้นฐานสำคัญที่สุดของการเตรียมตัวให้แบรนด์ “ก่อนจะโตในระดับประเทศ” และเป็นรากฐานที่จะช่วยให้คุณเดินไปถึงจุดนั้นได้จริง ๆ
✅ 6. เนื้อหาของหลักสูตร Digital Marketing Mindset
1️⃣ ประวัติหลักสูตร Digital Marketing Mindset
ในระยะเวลา กว่า 10 ปี ที่ผ่านมา ผม (อลงกรณ์ ดอกดวง, ผู้ก่อตั้ง BRANDING.co.th) ได้จัดหลักสูตร + ให้คำปรึกษา มาแล้ว กว่า 100 รุ่น (รุ่นแรก ปี 2555 ปัจจุบันไม่ได้นับรุ่นแล้ว)
หลักสูตรที่เคยจัด + ให้คำปรึกษาผู้เรียน
(1) eCommerce Workshop
(2) Professional Branding
(3) ปล่อยของ
(4) Digital Marketing Mindset (คือชื่อหลักสูตรในปัจจุบัน)
ทั้ง 4 หลักสูตรนี้ เป็นหลักสูตรเดียวกัน แค่เปลี่ยนชื่อหลักสูตร มาตามลำดับ (1) (2) (3) (4) โดยผมได้พัฒนาหลักสูตรมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่าสิบปี อัพเดทเนื้อหาให้เป็นปัจจุบันที่สุดและดีที่สุดอยู่เสมอ (Concept คล้าย ๆ iPhone ต่างกันตรงที่มีการเปลี่ยนชื่อหลักสูตร)
ปัจจุบัน ผมใช้ชื่อหลักสูตรว่า “Digital Marketing Mindset” นี่คือหลักสูตรที่เป็น “ตัวจบ” ของ BRANDING.co.th เนื้อหาของหลักสูตรนี้ จะมอง “ภาพใหญ่” ที่เป็น “แก่นแท้ที่ทรงพลังและยั่งยืน” ที่สามารถใช้เป็น “ทางออก” ได้จริง ๆ (วิธีคิด + แบรนด์ + ระบบ + เครื่องมือ)
2️⃣ เนื้อหาของหลักสูตร Digital Marketing Mindset
จะไม่ทฤษฎีเยอะ จะเน้น
→ รู้เรื่องทุกคน
→ วิธีทำชัดเจน
→ เข้าใจง่าย
→ ทำได้จริง
→ เนื้อหากระชับ
→ ผลลัพธ์ชัดเจน
1. เปลี่ยนกรอบความคิด จากการ “ลองทำ” สู่การ “วางระบบ” และ “มองภาพใหญ่” เพื่อให้คุณเข้าใจว่า ทำไมบางธุรกิจถึงไม่ปังในออนไลน์
2. การวางรากฐาน “ก่อนทำตลาดออนไลน์” เรียนรู้กลยุทธ์ที่จะทำให้ธุรกิจ “พร้อมโต + พร้อมขยาย” ที่คุณต้องทำ “ก่อนลงโฆษณา” และ “ก่อนที่จะโพสต์คอนเทนท์แรก”
3. เข้าใจพฤติกรรมและการตัดสินใจของลูกค้าบนโลกออนไลน์ เพื่อให้คุณเข้าใจ “วิธีออกแบบธุรกิจ” และ “วิธีวางระบบ” ที่สามารถสร้างผลลัพธ์ได้จริง
3️⃣ จุดเด่นของหลักสูตร (Why This Course)
→ เน้น “Mindset + กลยุทธ์” ที่เจ้าของธุรกิจ “ไม่เข้าใจไม่ได้”
→ แนะนำสิ่งที่ “ไม่ใช่แค่ทำให้คุณรอด” แต่ทำให้คุณ “เติบโตและยั่งยืน”
→ ปูทางสู่การ “แก้ปัญหาจริง” ทั้งการตลาด การสร้างแบรนด์ และการสร้างทีม
→ ออกแบบมาเพื่อเจ้าของกิจการที่ “ต้องการผลลัพธ์” ไม่ใช่แค่มาหาความรู้
4️⃣ สิ่งที่คุณจะได้รับ หลังจบหลักสูตรนี้
1. “กรอบความคิด” ที่จะทำให้การตลาดออนไลน์ของคุณ “ชัดเจนและมั่นคง”
2. ภาพชัด ๆ ว่าต้อง “วางรากฐานอะไรบ้าง” ก่อนที่คุณจะลงตลาดจริง
3. วิธีคิดในการ “ขายของราคาสูง” และปิดการขายลูกค้ารายใหญ่
4. Mindset ในการสร้างระบบ “ที่จะทำให้ธุรกิจยังเดินได้” แม้คุณจะเปลี่ยนทีม หรือเปลี่ยนคน
5. มุมมองระยะยาวในการทำตลาดออนไลน์ “ให้ยั่งยืนได้จริงและเติบโตได้จริง”
5️⃣ ถึงเวลา “เปลี่ยนเกม” ของคุณแล้ว
→ ถ้าคุณทำตลาดออนไลน์มานาน แต่ยังไม่เห็นผลชัดเจน
→ ถ้าคุณอยากเริ่มต้นอย่างถูกต้องตั้งแต่วันนี้
→ หรือถ้าคุณกำลังหาวิธีปิดการขายลูกค้ารายใหญ่ให้ได้จริง
Digital Marketing Mindset คือคำตอบของคุณ
✅ 7. วัน, เวลา และสถานที่เรียน หลักสูตร Digital Marketing Mindset
1️⃣ หลักสูตร Digital Marketing Mindset ให้บริการ 3 รูปแบบ ได้แก่
1. Public Course
- จำนวน 10-30 ที่นั่ง
- จัดในโรงแรม
- ครั้งต่อไปยังไม่มีกำหนดการ
2. Exclusive 3-Seat Program (หลักสูตรพิเศษ 3 ที่นั่ง)
- ลูกค้าชวนกันมา 3 ท่าน
- สามารถเลือกวันเรียนได้เอง
- เวลาเรียน 10:00 - 17:00 น.
- เรียนที่ BRANDING.co.th
3. Private Course
- เรียนท่านเดียว แบบ Private
- ลูกค้าสามารถเลือกวันเรียนได้เอง
- เวลาเรียน 10:00 - 17:00 น.
- เรียนที่ BRANDING.co.th
2️⃣ วัน, เวลา และสถานที่เรียน สำหรับ Exclusive 3-Seat Program และ Private Course
เรียนที่ BRANDING.co.th ที่อยู่ 299/754 หมู่บ้าน มัณฑนา เลค วัชรพล ถนนสุขาภิบาล 5 ซอย 63/2 แขวงสายไหม เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร 10220
Exclusive 3-Seat Program “ลูกค้าชวนกันมา 3 ท่าน” สามารถเลือกวันเรียนได้เอง
Private Course “เรียนท่านเดียว แบบ Private” ลูกค้าสามารถเลือกวันเรียนได้เอง
เวลาเรียน 10:00 - 17:00 น. (ทั้ง Exclusive 3-Seat Program และ Private Course)
3️⃣ ขั้นตอนการให้บริการ (ทั้ง 3 รูปแบบ)
1. เริ่มต้นด้วยการพูดคุยเบื้องต้นผ่าน LINE
ลูกค้าทัก LINE เพื่อพูดคุยกับผู้บรรยาย เพื่อให้เข้าใจภาพรวมของธุรกิจ ปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ และเป้าหมายที่ต้องการให้แบรนด์เติบโตไปถึง (หลังเรียนจบ ผู้บรรยายจะเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวให้กับลูกค้า นาน 2 เดือนเต็ม)
2. ลูกค้าเลือกวันเข้ารับบริการ
ลูกค้าเลือกวันที่สะดวกเข้ารับบริการ (Public Course / Exclusive 3-Seat Program / Private Course) โดยตลอดทั้งวัน จะเป็นการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อวางแนวทางอย่างเป็นระบบ
3. ลูกค้ายืนยันวันเข้ารับบริการ ด้วยการชำระค่าบริการเต็มจำนวน (ราคาตามรูปแบบที่เลือก)
เมื่อทำการชำระค่าบริการ วัน/ที่นั่ง ที่ลูกค้าเลือก จะถูก “ล็อกไว้เฉพาะ” สำหรับลูกค้าท่านนั้นทันที ผู้บรรยายจะไม่รับลูกค้าท่านอื่นในวันเดียวกัน เพื่อให้สามารถโฟกัสได้อย่างเต็มที่
4. ลูกค้าเข้ารับบริการ รับการ Consult เข้มข้นตลอดวัน
บริการทั้ง 3 รูปแบบ ให้บริการ 1 วันเต็ม (10:00 – 17:00 น.) โดยจะวิเคราะห์ธุรกิจ และวางกลยุทธ์สู่ทิศทางใหม่
สำหรับ Exclusive 3-Seat Program และ Private Course หากยังไม่ได้ข้อสรุปที่ครบถ้วน ผู้บรรยายจะ Consult ต่อ จนกว่าจะได้แผนที่ชัดเจนและนำไปใช้ได้จริง
5. หลังการ Consult 1 วัน ผู้บรรยายจะดูแลต่อเนื่อง นาน 2 เดือนเต็ม
หลังวันให้บริการ ผู้บรรยายจะยังคงเป็น “พาร์ตเนอร์ทางกลยุทธ์” ให้กับลูกค้าอีก 2 เดือนเต็ม พร้อมให้คำแนะนำเชิงกลยุทธ์ด้านแบรนด์และการตลาดออนไลน์ ลูกค้าสามารถติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน เพื่อให้แน่ใจว่าแบรนด์จะเดินไปในทิศทางที่วางไว้จริง
Add LINE เพื่อเริ่มการพูดคุยเบื้องต้น
คลิกหมุดสีแดง เพื่อดู Google Maps สถานที่เรียน สำหรับ Exclusive 3-Seat Program และ Private Course
✅ 8. อาหาร + เบรก + สิ่งที่มีให้ (สำหรับลูกค้า Exclusive 3-Seat Program และ Private Course)
❌ สิ่งที่ “ไม่มีให้”
กรณีอุปกรณ์ทุกชนิดที่ผู้เรียนนำมาด้วย เกิดการขัดข้อง ทางบริษัทจะ “ไม่มี” ช่างเทคนิคสำหรับช่วยแก้ปัญหาให้กับผู้เรียน
✅ สิ่งที่มีให้
1. มี WiFi ให้
2. มีที่จอดรถให้
3. มีสมุดแ ละปากกาให้
4. มีน้ำดื่มแบบขวดให้
➡️ กำหนดการ
1. เวลาเรียน 10:00 - 17:00 น.
2. เบรกเช้า เวลา 11:30 น. โดยลูกค้าสามารถเลือกขนมเบรกและเครื่องดื่มที่ต้องการ จากแอพฟู้ดเดลิเวอรี่
3. พักรับประทานอาหารกลางวัน เวลา 13:00 - 14:00 น. โดยลูกค้าสามารถเลือกอาหารที่อยากทาน จากแอพฟู้ดเดลิเวอรี่
4. เบรกบ่าย เวลา 15:30 น. โดยลูกค้าสามารถเลือกขนมเบรกและเครื่องดื่มที่ต้องการ จากแอพฟู้ดเดลิเวอรี่
สำหรับลูกค้าที่มีความต้องการพิเศษ เช่น อาหารมุสลิม มังสวิรัติ หรือข้อจำกัดอื่น ๆ กรุณาแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมทาง LINE
✅ 9. การเตรียมตัวของผู้เรียน หลักสูตร Digital Marketing Mindset
การเข้าร่วมหลักสูตร Digital Marketing Mindset เป็นก้าวสำคัญของผู้ประกอบการที่สนใจด้านการสร้างแบรนด์และการทำตลาดออนไลน์ เพราะเป็นการปรับวิธีคิด สร้างมุมมองใหม่ และเตรียมความพร้อมเพื่อพาธุรกิจไปข้างหน้าได้อย่างมั่นใจ การเตรียมตัวล่วงหน้าจะช่วยให้ผู้เรียนได้รับประโยชน์สูงสุดจากหลักสูตรนี้
1️⃣ ทำความเข้าใจกับเป้าหมายของตัวเอง
ก่อนเข้าหลักสูตร ควรตั้งคำถามกับตัวเองว่า
• ฉันอยากพัฒนาอะไรบ้าง ในด้าน Branding + Digital Marketing
• จุดแข็งและจุดอ่อนของธุรกิจหรือการตลาดของฉันคืออะไร
• หลังจบหลักสูตร ฉันอยากเห็นผลลัพธ์อะไร เช่น เพิ่มยอดขาย สร้างแบรนด์ที่ยั่งยืน เพิ่มความน่าเชื่อถือ ฯลฯ
การชัดเจนในเป้าหมาย จะช่วยให้คุณตั้งใจเรียน และเลือกโฟกัสในสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับธุรกิจของคุณ
2️⃣ เตรียมข้อมูลธุรกิจหรือแบรนด์ของตัวเอง
ผู้เรียนควรเตรียมข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับธุรกิจ เช่น
• ประเภทธุรกิจ และสินค้าหรือบริการ
• กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
• ช่องทางการตลาดที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
• ผลลัพธ์ในปัจจุบัน ปัญหาที่พบ และเป้าหมายที่ต้องการ
ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถเชื่อมโยงกลยุทธ์ที่ได้รับ เข้ากับธุรกิจจริงได้ จะทำให้เรียนรู้ได้เร็วขึ้น และปรับใช้ได้ทันที
3️⃣ เปิดใจ พร้อมปรับ Mindset
หลักสูตรนี้เน้น การปรับ Mindset ให้เหมาะกับโลกดิจิทัล ซึ่งอาจแตกต่างจากแนวคิดการตลาดแบบเดิม
• พร้อมเปิดรับแนวคิดใหม่ ๆ และวิธีการทำงานที่ยืดหยุ่น
• พร้อมทดลองและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
• มองข้อผิดพลาดเป็นโอกาสเรียนรู้
การมีทัศนคติแบบ Growth Mindset จะทำให้คุณนำความรู้ไปปรับใช้ได้จริง
4️⃣ วางแผนเวลา และสร้างพื้นที่เรียนรู้
• จัดตารางเวลาให้ชัดเจน ทั้งในช่วงเรียนและช่วงฝึกปฏิบัติ
• จดบันทึกไอเดียและคำถามไว้เสมอ เพื่อใช้ประโยชน์จากช่วงถามตอบกับที่ปรึกษา
5️⃣ เตรียมตัวสำหรับการต่อยอดหลังหลักสูตร
หลักสูตร Digital Marketing Mindset ไม่ใช่แค่การเรียนรู้ชั่วคราว แต่เป็นการสร้างพื้นฐาน เพื่อต่อยอดธุรกิจในระยะยาว
• เตรียมเปิดใจนำความรู้ไปปรับใช้ทันที
• วางแผนทดลองทำตามกลยุทธ์ที่ได้เรียน
• ใช้คำปรึกษาจากผู้บรรยาย เพื่อแก้ปัญหาจริงของธุรกิจ
การเตรียมตัวที่ดี จะช่วยให้คุณได้ประโยชน์สูงสุดจากหลักสูตร Digital Marketing Mindset เริ่มตั้งแต่การตั้งเป้าหมาย การเตรียมข้อมูลธุรกิจ การปรับ Mindset ไปจนถึงการลองทำตามกลยุทธ์ที่ได้รับ เมื่อคุณพร้อม คุณจะสามารถเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่ และนำไปปรับใช้เพื่อสร้างผลลัพธ์จริงให้ธุรกิจของคุณได้ทันที
เคล็ดลับเล็ก ๆ : อย่าลืมจดบันทึกทุกไอเดียที่เกิดขึ้นระหว่างเรียน เพราะไอเดียเหล่านั้นอาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตอย่างก้าวกระโดด
✅ 10. ระบบช่วยเหลือผู้เรียน หลักสูตร Digital Marketing Mindset
การเรียนรู้ในโลกดิจิทัลนั้นไม่ใช่เพียงแค่การรับฟังบรรยายหรือดูตัวอย่างเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัย ระบบช่วยเหลือและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ได้จริง และสร้างผลลัพธ์ที่ชัดเจนให้กับธุรกิจของตนเอง
หลักสูตร Digital Marketing Mindset จึงมุ่งเน้นการสร้างระบบสนับสนุน เพื่อให้ผู้เรียนไม่ถูกทิ้งไว้เพียงลำพังในเส้นทางการเรียนรู้
1️⃣ การสนับสนุนส่วนตัวจากที่ปรึกษา
ผู้เรียนแต่ละคนจะได้รับการดูแลและคำแนะนำโดยตรงจากผู้บรรยาย ซึ่งจะดูแลแบบที่ปรึกษาส่วนตัวอย่างใกล้ชิดให้กับผู้เรียนนาน 2 เดือน
• ปรึกษาส่วนตัว ทางโทนศัพท์ LINE และ Messenger
• รับคำแนะนำเฉพาะธุรกิจและปัญหาที่ผู้เรียนเผชิญอยู่
ระบบนี้จะทำให้ผู้เรียนสามารถแก้ปัญหาได้ทันที และมั่นใจว่าความรู้ที่ได้รับจะถูกนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2️⃣ การเข้าถึงและตอบคำถามได้ตลอดเวลา
ผู้เรียนสามารถติดต่อขอคำปรึกษาได้ตลอด 2 เดือนเต็ม
• โทรศัพท์ 097-225-2555, LINE ID @branding และ Messenger m.me/www.branding.co.th
• ติดต่อได้ 24 ชั่วโมง ได้รับคำตอบรวดเร็ว เพื่อให้การเรียนรู้หรือการทดลองทำจริงไม่สะดุด
• สร้างความมั่นใจว่าผู้เรียนมีที่ปรึกษาคอยอยู่เคียงข้างเสมอ
3️⃣ ระบบช่วยเหลือผู้เรียนในหลักสูตร Digital Marketing Mindset ถูกออกแบบให้ผู้เรียนมั่นใจได้ว่าสามารถนำ วิธีคิด และ กลยุทธ์ ไปปรับใช้ได้จริง และสามารถสร้างผลลัพธ์ให้ธุรกิจของผู้เรียนได้จริง
อย่าลืมใช้ระบบช่วยเหลือทุกช่องทางอย่างเต็มที่ เพราะทุกคำถามและข้อสงสัยที่คุณถาม อาจเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยพาธุรกิจคุณไปข้างหน้าได้เร็วยิ่งขึ้น
✅ เรื่องที่เรา “ให้คำปรึกษา”
บริการให้คำปรึกษา ของ BRANDING.co.th ออกแบบมาเพื่อช่วยผู้ประกอบการที่ต้องการ “สร้างแบรนด์อย่างจริงจังโดยเฉพาะ” เราให้คำปรึกษาเกี่ยวกับประเด็นต่อไปนี้
1) การวิเคราะห์แบรนด์
• วิเคราะห์สถานะปัจจุบันของแบรนด์
• เจาะจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และความเสี่ยง
• ประเมินภาพลักษณ์แบรนด์ว่าตรงกับตลาดหรือไม่
2) การวางกลยุทธ์สร้างแบรนด์ (Brand Strategy Direction)
• ให้แนวทางการวาง Positioning
• ให้แนวทางการกำหนด Message หลักของแบรนด์
• ชี้จุดที่แบรนด์ต้องปรับเพื่อให้เติบโต
3) กลยุทธ์การสื่อสารแบรนด์ (Brand Communication)
• วิเคราะห์โทนภาษา ภาพลักษณ์ และวิธีสื่อสารปัจจุบัน
• แนะนำแนวทางให้แบรนด์ชัดเจนขึ้น น่าเชื่อถือขึ้น
4) การสร้าง Personal Brand สำหรับเจ้าของ
• วิเคราะห์จุดเด่น จุดขายของ CEO
• แนะนำแนวทางในการสร้างภาพจำและเนื้อหาที่เหมาะสม
• ชี้ช่องทางที่เหมาะกับตัวตนของแต่ละคน
5) การรีแบรนด์เชิงกลยุทธ์
• ประเมินว่าควรรีแบรนด์หรือไม่
• ให้แนวทางรีแบรนด์ที่ตอบโจทย์ธุรกิจและลูกค้า
6) การจัดลำดับขั้นตอน และ Roadmap การสร้างแบรนด์
• ช่วยวางลำดับสิ่งที่ควรทำก่อน–หลัง
• ลดความสับสน ทำให้เจ้าของรู้ว่าต้องเริ่มอย่างไร
7) การวางระบบ “เชิงกลยุทธ์” สำหรับทำตลาดออนไลน์
• การใช้ Website + Social Media “เชิงกลยุทธ์”
❌ เรื่องที่เรา “ไม่ได้ให้คำปรึกษา”
เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด และเพื่อให้บริการเฉพาะด้านที่เราถนัดที่สุด เรา ไม่ได้ ให้คำปรึกษาในประเด็นเหล่านี้
1) ปัญหาส่วนตัวหรือปัญหาครอบครัว
เช่น ความรัก ทะเลาะกับคู่รัก ปัญหาภายในครอบครัว หรือเรื่องชีวิตส่วนตัวต่าง ๆ
2) การเงินส่วนตัว / การลงทุน
รวมถึงหุ้น, คริปโต, ฟอเร็กซ์, กองทุน หรือการบริหารหนี้ส่วนตัว
3) ปรึกษากฎหมาย / คดีความ
ไม่สามารถให้คำแนะนำด้านกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อพิพาททางธุรกิจได้
4) การตลาดเชิงเทคนิค (Technical Marketing)
เช่น
• การยิง Ads
• สอนปักพิกเซล
• สอนทำแคมเปญโฆษณาระดับลึก
(เราจะให้คำแนะนำเชิงกลยุทธ์เท่านั้น ไม่ใช่เชิงเทคนิคในการปฏิบัติ)
5) ปัญหาการจัดการภายในองค์กรที่ไม่เกี่ยวกับแบรนด์
เช่น ปัญหาพนักงาน, การทะเลาะกันภายในหุ้นส่วน, ทีมไม่ทำงาน, เงินเดือนไม่พอ ฯลฯ
(แต่ถ้าปัญหาเกิดจากแบรนด์ไม่ชัด สามารถคุยกันได้)
6) การออกแบบโลโก้, ออกแบบงานกราฟิก หรืองานดีไซน์ด้าน CI ของแบรนด์
(บริการของเราเน้น “กลยุทธ์” มากกว่าการลงมือออกแบบ)
7) การสอนวิธีขายสินค้าแบบเจาะรายตัว
เช่น
• ช่วยขายสินค้าบางชิ้น
• ช่วยบิดราคา
• ขอไอเดียขายสินค้าเฉพาะกรณีที่ไม่เกี่ยวกับกลยุทธ์แบรนด์
✅ 11. ข้อตกลงและเงื่อนไขในการให้บริการ หลักสูตร Digital Marketing Mindset
ก่อนเข้าร่วมหลักสูตร กรุณาอ่านและยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขดังต่อไปนี้
1️⃣ ขอบเขตการให้บริการ
• หลักสูตรนี้เป็นบริการ “ที่ปรึกษาในการสร้างแบรนด์และการทำตลาดออนไลน์” เท่านั้น
• ไม่ครอบคลุมการให้คำปรึกษาในด้านอื่น ๆ เช่น กฎหมาย, การเงิน, บัญชีและภาษี, การบริหารธุรกิจ, การวิจัยและพัฒนาสินค้า/บริการ, การผลิต, การจัดการภายในองค์กร เป็นต้น
2️⃣ ข้อจำกัดด้านการปฏิบัติ
• หลักสูตรนี้ ไม่ใช่การรับสร้างแบรนด์ และ ไม่ใช่การรับทำงานด้านสื่อออนไลน์ให้กับลูกค้า
• ไม่ใช่การ รับบริหารทีม หรือเป็นผู้จัดการให้กับธุรกิจของลูกค้า
3️⃣ การตัดสินใจและผลลัพธ์
• การดำเนินการตามกลยุทธ์หรือแนวทางที่ได้รับคำแนะนำจากที่ปรึกษา ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้เรียนแต่เพียงผู้เดียว ที่ปรึกษาจะไม่บังคับให้ทำตามคำแนะนำ
• หลักสูตรนี้ ไม่รับประกันยอดขายหรือความสำเร็จใด ๆ ในการดำเนินธุรกิจของผู้เรียน เนื่องจากบริการนี้ ไม่ใช่การรับบริหารธุรกิจ
4️⃣ ความรับผิดชอบของผู้เรียน
• ผู้เรียนควรใช้ความรู้และคำแนะนำจากหลักสูตรอย่างรอบคอบ
• การตัดสินใจใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการนำแนวทางไปใช้ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เรียนเอง
5️⃣ การใช้ข้อมูลและสื่อการเรียน
• เนื้อหา วัสดุ และสื่อการเรียนในหลักสูตรนี้ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของผู้บรรยาย/บริษัท
❌ ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือเผยแพร่เนื้อหา ไม่ว่าส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมด โดยไม่ได้รับอนุญาต
❌ ห้ามบันทึกเสียง ห้ามบันทึกวิดีโอ ภายในห้องอบรม
6️⃣ ช่องทางในการขอคำปรึกษา
ผู้เรียนสามารถขอคำปรึกษาได้ ผ่านช่องทางที่กำหนดเท่านั้น ได้แก่
• โทรศัพท์ : 097‑225‑2555
• LINE ID : @branding
• Messenger : m.me/www.branding.co.th
หมายเหตุ : การติดต่อช่องทางอื่นจะไม่ถือเป็นการขอคำปรึกษาอย่างเป็นทางการ
7️⃣ สิทธิ์ในการขอคำปรึกษา
• สิทธิ์ในการขอคำปรึกษาเป็นของผู้เรียนแต่ละคนเท่านั้น
• ไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้บุคคลอื่นหรือองค์กรใด ๆ ได้
✅ 12. ค่าหลักสูตร Digital Marketing Mindset และวิธีการชำระเงิน
1️⃣ ค่าหลักสูตร แบบ Exclusive 3-Seat Program (หลักสูตรพิเศษ 3 ที่นั่ง)
สมัคร Exclusive 3-Seat Program วันนี้ รับสิทธิ์ราคาพิเศษ ท่านละ 19,900 บาท (รวม VAT 7% แล้ว) จากราคาปกติ 39,900 บาท
(Exclusive 3-Seat Program มีคุณค่ามากกว่า 59,900 บาท เพราะคุณจะได้ทั้ง การวิเคราะห์แบรนด์ + Consult + ความรู้ + Mindset + Solutions + การดูแลแบบที่ปรึกษาส่วนตัวจากผู้บรรยาย นาน 2 เดือนเต็ม)
กรณี หัก ณ ที่จ่าย 3%
ยอดโอน ท่านละ 19,342.06 บาท
ยอด หัก ณ ที่จ่าย ท่านละ 557.94 บาท
2️⃣ ค่าหลักสูตร แบบ Private (เรียนท่านเดียว)
สมัคร Private Course วันนี้ รับสิทธิ์ราคาพิเศษ 39,900 บาท (รวม VAT 7% แล้ว) จากราคาปกติ 59,900 บาท
(Private Course มีคุณค่ามากกว่า 79,900 บาท เพราะคุณจะได้ทั้ง การวิเคราะห์แบรนด์ + Consult แบบส่วนตัว + ความรู้ + Mindset + Solutions + การดูแลแบบที่ปรึกษาส่วนตัวจากผู้บรรยาย นาน 2 เดือนเต็ม)
กรณี หัก ณ ที่จ่าย 3%
ยอดโอน 38,781.31 บาท
ยอด หัก ณ ที่จ่าย 1,118.69 บาท
กรณี Private Course ที่เรียนมากกว่า 1 ท่าน (ภายใต้แบรนด์เดียวกัน) ท่านที่สองเป็นต้นไป คิดค่าบริการเพิ่ม ท่านละ 19,900 บาท (รวม VAT 7% แล้ว)
กรณี หัก ณ ที่จ่าย 3%
ยอดโอน ท่านละ 19,342.06 บาท
ยอด หัก ณ ที่จ่าย ท่านละ 557.94 บาท
3️⃣ ข้อมูลบริษัท สำหรับทำหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (กรณี หัก ณ ที่จ่าย 3%)
• บริษัท แบรนดิ้ง แอนด์ โซเชียล มีเดีย มาร์เก็ตติ้ง สแทรททิจิ (ประเทศไทย) จำกัด (สำนักงานใหญ่)
• เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 0105557128025
• ที่อยู่ 299/754 หมู่บ้าน มัณฑนา เลค วัชรพล ถนนสุขาภิบาล 5 ซอย 63/2 แขวงสายไหม เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร 10220
• ให้ผู้เรียนนำหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย มายื่นในวันเรียน หรือส่งมาตามที่อยู่ของบริษัท
• รับ ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี ในวันเรียน
4️⃣ วิธีการชำระเงิน
ชำระเงินโดยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของบริษัท
ธนาคารกสิกรไทย
สาขา เทสโก้ โลตัส ประชาชื่น
ชื่อบัญชี บจก. แบรนดิ้ง แอนด์ โซเชียล มีเดีย มาร์เก็ตติ้ง สแทรททิจิ (ประเทศไทย)
เลขที่บัญชี 9542180827
5️⃣ วิธีแจ้งชำระเงิน
แจ้งชำระเงินได้ 3 ช่องทาง คือ โทรศัพท์, LINE และ Messenger
✅ 13. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับหลักสูตร Digital Marketing Mindset
BRANDING AND SOCIAL MEDIA MARKETING STRATEGY (THAILAND) CO., LTD.
299/754 หมู่บ้าน มัณฑนา เลค วัชรพล ถนนสุขาภิบาล 5 ซอย 63/2 แขวงสายไหม เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร 10220
Call Center : 097-225-2555
LINE OA : @branding
Website : www.branding.co.th
Email : info@branding.co.th
เวลาทำการ 24 ชม. ทุกวัน

BRANDING.co.th
“Game-Changing Branding”
“เปลี่ยนเกมด้วยแบรนด์”
BRANDING.co.th คือที่ปรึกษาด้านการสร้างและรีแบรนด์เชิงกลยุทธ์ ที่ทำงานร่วมกับเจ้าของธุรกิจโดยตรงในมุมมองแบบ Founder to Founder เพื่อวางแกนความคิด ทิศทาง และระบบแบรนด์ ให้รองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว เราไม่ได้ทำแบรนด์เพื่อความสวยงาม แต่สร้างแบรนด์ในฐานะเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ ที่ช่วยให้ธุรกิจตัดสินใจได้ชัด เติบโตได้จริง และแข่งขันได้อย่างยั่งยืน
Founder Programs
โปรแกรมการเรียนรู้และพัฒนาธุรกิจสำหรับผู้ก่อตั้งและผู้นำ องค์กร ที่ต้องการยกระดับวิธีคิด ระบบการเติบโต และการสร้างแบรนด์เชิงกลยุทธ์ เพื่อพาธุรกิจเติบโตอย่างมีทิศทาง ชัดเจน และยั่งยืนในระยะยาว


















