top of page

Digital Marketing Mindset (Private)

วิธีคิดพิชิตตลาดดิจิทัล (Private)

เรื่องที่ต้องรู้ ก่อนที่คุณจะสร้างแบรนด์ และทำตลาดออนไลน์ อย่างจริงจัง

ขอแนะนำหลักสูตร
Digital Marketing Mindset
(วิธีคิดพิชิตตลาดดิจิทัล)
เรียนท่านเดียว แบบ Private

เนื้อหาของหลักสูตร Digital Marketing Mindset

• เนื้อหาของหลักสูตรนี้ จะไม่เหมือนหลักสูตรใด ที่คุณเคยเรียน (ฟีดแบคจากผู้เรียน) โดยจะมีการวิเคราะห์และออกแบบแบรนด์ให้กับผู้เรียนทุกท่านด้วย ท่านละ 1 แบรนด์ เพื่อให้ได้แบรนด์ที่ ชัด แพง ต่าง และอยู่ในรูปแบบของมืออาชีพ

• บรรยาย+วิเคราะห์+ออกแบบ 1 วัน และ ให้คำปรึกษาหลังเรียนจบ 2 เดือน โดย คุณอลงกรณ์ ดอกดวง (Founder & MD of BRANDING.co.th) ประสบการณ์กว่า 10 ปี ในการสอนและให้คำปรึกษา เกี่ยวกับการสร้างแบรนด์และการทำตลาดออนไลน์

• หลักสูตร Digital Marketing Mindset (วิธีคิดพิชิตตลาดดิจิทัล) ถือเป็น “กระดุมเม็ดแรก” ของการทำ Digital Marketing เพราะเป็นการมองภาพรวมและกำหนดทิศทางที่ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งเป็นการวางรากฐานที่สำคัญ, ทรงพลัง, ยั่งยืน และมีความเป็นมืออาชีพ ให้กับแบรนด์ของคุณตั้งแต่เริ่มต้น

• การให้บริการทั้งหมดของหลักสูตร Digital Marketing Mindset จะอยู่ภายใต้นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy) จะไม่ถ่ายภาพผู้เรียน จะไม่สัมภาษณ์ผู้เรียน จะไม่ทำรีวิวผู้เรียน จะไม่โพสต์กิจกรรมลงสื่อออนไลน์ โดยที่ผู้เรียนไม่ได้อนุญาต

/// เนื้อหาของหลักสูตร

1. กลยุทธ์ในการทำ Digital Marketing

• ที่ทรงพลัง
• มีวิธีการลงมือทำที่ชัดเจน
• มีความแตกต่าง
• มีประสิทธิภาพสูง
• มีความเป็นมืออาชีพ
• มีความยั่งยืน
• เข้าใจง่าย ทำได้จริง
• เรียนรู้เรื่องทุกคน ไม่ใช่เรื่องยาก ไม่เก่งก็เรียนได้ แค่เป็นเจ้าของกิจการ

2. กลยุทธ์ในการ “วางระบบ” ก่อนทำตลาดออนไลน์. (คืออย่าเพิ่งทำตลาด แต่ให้วางระบบก่อน)

• จะแนะนำเครื่องมือที่ใช้
• จะแนะนำวิธีการ (จะไม่ได้พาทำ เพียงให้รู้แนวทาง อาจไปศึกษาเพื่อทำเอง หรือไปจ้างคนอื่นทำให้)

3. กลยุทธ์ในการ “ออกแบบธุรกิจ” ให้ “ชัด แพง ต่าง” และอยู่ในรูปแบบของ “มืออาชีพ” ก่อนที่จะสร้างแบรนด์และทำตลาดออนไลน์

• จะทำให้แบรนด์ของคุณ มีจุดขายที่ชัดเจน, มีความเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน, มีความแตกต่าง, มีความน่าเชื่อถือสูง และมีความเป็นมืออาชีพ ซึ่งจะส่งผลต่อการขายสินค้าราคาสูง และจะเพิ่มโอกาสในการปิดการขายลูกค้ารายใหญ่

• เราไม่ได้ให้คุณเฟค, หลอกลวงผู้บริโภค, โฆษณาเกินจริง หรือไม่ตรงปก แต่เราจะพูดถึงกลยุทธ์ในการพรีเซนต์ “ของแพง” ที่คุณมีอยู่ ให้ได้ราคาตามจริง ไม่ให้เสียของ

4. สงครามอวกาศ vs การตลาดออนไลน์ มาดูกันว่า ยุทธศาสตร์และยุทธวิธีในการทำสงครามอวกาศของคุณ มีโอกาสที่จะชนะหรือไม่

5. Mindset ในการสร้างแบรนด์ และทำ Digital Marketing อย่างยั่งยืน อย่างเป็นระบบ จากประสบการณ์กว่า 10 ปี โดย ผู้ก่อตั้ง BRANDING.co.th

6. การวางแผน เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของ Social Media เช่น Facebook หรือช่องทางอื่น ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจของคุณอย่างรุนแรง

7. การวางแผนอย่างชาญฉลาด ก่อนซื้อโฆษณา เพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่า อย่างชัดเจน

8. เนื้อหาที่อาจเกิดจากการตั้งคำถามของผู้เรียน

9. ยังมีเนื้อหาอื่น ๆ อีก (ของดีแน่นอน)

10. บรรยายเป็นภาษาไทย ด้วยภาษาง่าย ๆ ไม่มีศัพท์การตลาด

11. พิเศษ ผู้บรรยายจะช่วยวิเคราะห์แบรนด์ให้กับผู้เรียนทุกท่าน อย่าลืมแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจในแบบฟอร์มลงทะเบียนเรียน เพื่อที่ผู้บรรยายจะนำไปทำการบ้านล่วงหน้า

12. หลักสูตร Digital Marketing Mindset เป็นแบบ กึ่งบรรยาย กึ่ง Consult ผู้บรรยายจะช่วยวิเคราะห์แบรนด์ให้กับผู้เรียนทุกท่าน ท่านละ 1 แบรนด์ (ในแง่ของการทำ Digital Marketing) โดยจะเอาของจริงขึ้นมาคุยเลย จะไม่ทฤษฎีเยอะ จะไม่มี PowerPoint

13. หลังเรียนจบ ผู้บรรยายจะเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวให้กับผู้เรียน 2 เดือน สามารถขอคำปรึกษาได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่าน 3 ช่องทาง คือ โทรศัพท์ 097-225-2555, LINE ID @branding และ Messenger

/// สิ่งที่หลักสูตรนี้ไม่ได้สอน

1. หลักสูตรนี้ ไม่ได้พาผู้เรียนเริ่มต้นก่อตั้งธุรกิจ แต่เป็นหลักสูตรสำหรับผู้ที่มีธุรกิจแล้ว และต้องการสร้างแบรนด์และทำตลาดออนไลน์อย่างจริงจัง

2. หลักสูตรนี้ ไม่ได้สอนการบริหารธุรกิจ ไม่ได้สอนการบริหารจัดการภายในองค์กร เช่น การบริหารคน, การพัฒนาสินค้า, การผลิต เป็นต้น

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับผู้บรรยายโดยตรง (คุณอลงกรณ์ ดอกดวง, Founder & MD of BRANDING.co.th)

ทางบริษัทได้รับข้อมูลการลงทะเบียนเรียนของท่านแล้ว และจะติดต่อกลับโดยเร็วที่สุด

ข้อมูลออก ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี (ไม่บังคับ)

ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจ (ไม่บังคับ)

ขั้นตอนการลงทะเบียนเรียน

ขั้นตอนที่ 1 : ทัก LINE เพื่อที่ผู้บรรยายจะสอบถามข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับธุรกิจ และให้ผู้เรียน เลือกวัน ที่ต้องการเรียน

ขั้นตอนที่ 2 : กรอกข้อมูลในแบบฟอร์มลงทะเบียนเรียน ที่อยู่ด้านล่าง

ขั้นตอนที่ 3 : ชำระเงินทันที โดยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของบริษัท KBank 9542180827 แล้วแจ้งโอนเงินทาง LINE

หมายเหตุ : ทางบริษัทจะไม่ได้รับจองที่นั่ง การลงทะเบียนเรียนจะสมบูรณ์เมื่อชำระเงินแล้วเท่านั้น

แบบฟอร์มลงทะเบียนเรียน
ข้อมูลผู้เรียน

ลงทะเบียนเรียน

หลักสูตร

Digital Marketing Mindset (Private)

วิธีคิดพิชิตตลาดดิจิทัล (Private)

เรียน 1 วัน โดยลูกค้าสามารถเลือกวันเรียนได้เอง (หลังเรียนจบผู้บรรยายจะเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวให้กับผู้เรียน 2 เดือน)

เวลาเรียน 10:00 - 17:00 น. เริ่มบรรยายตรงเวลา

เรียนท่านเดียว แบบ Private โดยจะให้คำปรึกษา 1 แบรนด์

ค่าหลักสูตร 32,100 บาท (เป็นราคาพิเศษ จากราคาปกติ 64,200 บาท) กรณีทำหัก ณ ที่จ่าย 3% ยอดโอน 31,200 บาท ยอดหัก ณ ที่จ่าย 900 บาท

(กรณีมีผู้เรียนมากกว่า 1 ท่าน บวกเพิ่มท่านละ 16,050 บาท)

เรียนที่ บริษัท แบรนดิ้ง แอนด์ โซเชียล มีเดีย มาร์เก็ตติ้ง สแทรททิจิ (ประเทศไทย) จำกัด อยู่ ซอย สายไหม 56 (คลิกหมุดสีแดง เพื่อดู Google Maps)

1. คิดจะจับวาฬ (ลูกค้ากลุ่มบน) คุณต้องขุดอ่าวให้กว้างและลึก พอที่วาฬจะว่ายเข้ามาได้

จงอย่าคุยเรื่องราคากับวาฬ เพราะวาฬ ไม่ได้มีปัญหาเรื่องเงิน แต่ปัญหาของวาฬคือ พวกเขาหาสิ่งที่ “พิเศษ” แบบที่อยากได้ไม่เจอ ดังนั้น คุณต้องรู้วิธีทำให้แบรนด์ของคุณ (1) มีความพิเศษ (2) มีความเกินมาตรฐาน และ (3) มีความสมฐานะกับวาฬ ด้วยการออกแบบแบรนด์ ให้ “ชัด แพง ต่าง” และอยู่ในรูปแบบของ “แบรนด์ระดับมืออาชีพ” เพราะลูกค้ากลุ่มวาฬ จะเลือกมืออาชีพเท่านั้น ไม่ใช่ใครก็ได้

การออกแบบแบรนด์ ให้ “ชัด แพง ต่าง” และอยู่ในรูปแบบของ “แบรนด์ระดับมืออาชีพ” ไม่ใช่แค่จะทำให้แบรนด์ของคุณ มีโอกาสที่จะถูกวาฬเลือกเท่านั้น แต่ยังสามารถทำให้แบรนด์ใหม่ที่เพิ่งจะเปิดตัว สามารถอยู่ในทรงเหมือนเจ้าตลาด ดูเหมือนเป็นแบรนด์เก่าแก่ที่เปิดมานานแล้ว ทั้ง ๆ ที่เพิ่งเปิดตัว (ทรงยึดหัวหาดในวงการ)

ถ้าแบรนด์ของคุณ อยู่ในทรงของเจ้าตลาด สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ แบรนด์ของคุณจะมีความน่าเชื่อถือสูง คล้าย ๆ แบรนด์ที่มีชื่อเสียงหรือแบรนด์เก่าแก่ กลยุทธ์นี้สามารถช่วยลดระยะเวลาและลดค่าการตลาดให้คุณได้อย่างมหาศาล นี่คือกลยุทธ์ที่ไม่อาจประเมินค่าได้

นอกจากนี้ การออกแบบแบรนด์ ให้ “ชัด แพง ต่าง” และอยู่ในรูปแบบของ “แบรนด์ระดับมืออาชีพ” ยังสามารถช่วยคุณต่อสู้ในสงครามราคาได้อีกด้วย เพราะเวลาผู้คนจะซื้อบางสิ่ง พวกเขาไม่ได้เจอแบรนด์ของคุณแค่แบรนด์เดียว แต่พวกเขาจะเจอคู่แข่งของคุณอีกนับสิบ ๆ แบรนด์อย่างง่ายดาย ภายใน 1 นาที

ถ้าแบรนด์ของคุณบนโลกออนไลน์ อยู่ในทรงที่เหนือกว่าคู่แข่ง จะทำให้กลุ่มเป้าหมายของคุณ คัดคู่แข่งของคุณทิ้งทีละแบรนด์ แล้วเหลือแบรนด์ของคุณไว้เป็นคำตอบของพวกเขา ดังนั้น การทำ SEO และคุณติดหน้าแรก Google ก็ยังไม่พอ แต่คุณจะต้องรู้วิธี “ออกแบบแบรนด์” ให้ “ชัด แพง ต่าง” และอยู่ในรูปแบบของ “แบรนด์ระดับมืออาชีพ” ด้วย จึงจะมีโอกาสชนะในสงครามราคา (คือต้องทำให้กลุ่มเป้าหมายคัดคู่แข่งของคุณทิ้ง)

2. ยอดขายไม่ได้เกิดจาก คุณเข้าถึงคนที่ใช่ แต่เกิดจาก คุณคือคนที่ใช่ ของคนที่คุณเข้าถึง (คุณไม่ได้จีบสาวติด เพราะสาวเป็นสเปกของคุณ แต่เพราะคุณเป็นสเปกของสาว)

เราอยากให้คุณ อ่านเรื่องนี้ช้า ๆ

มีหนุ่มคนนึง รู้ว่ามีสาวในสเปก ที่ยังโสด อยู่ท้ายซอย (คนที่ใช่ของตัวเอง) จึงให้พี่วินมอไซค์ที่อยู่ปากซอย ช่วยพาไปหาสาวคนนั้นหน่อย พี่วินจึงพาไปส่งที่ท้ายซอย และหลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วโมง หนุ่มคนนี้ก็กลับมาต่อว่าพี่วิน ว่าเป็นเพราะพี่วิน ทำให้ตัวเองจีบสาวคนนั้นไม่ติด

/// ความหมายของตัวละครแต่ละตัว

1. หนุ่มคนนี้ คือ “แบรนด์” ที่ต้องการปิดการขายกลุ่มเป้าหมายบนโลกออนไลน์

2. พี่วินมอไซค์ คือ “Ads” เช่น Facebook Ads หรือ Google Ads ซึ่งเป็นเพียงผู้พาแบรนด์ไปส่ง และไม่ได้พาไปส่งผิดคน คือ Ads ไม่ได้ทำหน้าที่ผิดพลาด (ยิง Ads ตรงกลุ่มนั่นเอง)

3. สาวในสเปก คือ กลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ ซึ่งเป็น “คนที่ใช่”

/// คำถามที่น่าสนใจคือ

1. พี่วินมอไซค์ (Ads) ถูกด่า ทั้ง ๆ ที่พาไปส่งไม่ผิดคน คุณคิดว่าพี่วินต้องรับผิดชอบการจีบสาวไม่ติดของหนุ่มคนนี้ไหม ?

2. จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าหนุ่มคนนี้ คือผู้ชายในสเปกของสาวที่ตัวเองไปจีบ ?

/// ข้อสรุปจากเรื่องนี้คือ

1. ยอดขายไม่ได้เกิดจาก คุณเข้าถึงคนที่ใช่ แต่เกิดจาก คุณคือคนที่ใช่ ของคนที่คุณเข้าถึง (หนุ่มคนนี้จะจีบสาวที่อยู่ท้ายซอยติด ถ้าเขาเป็นสเปกของสาวที่ตัวเองไปจีบ ไม่ได้จีบติดเพราะสาวเป็นสเปกของเขา)

2. ถ้าไปจีบโดยที่ตัวเองไม่ใช่สเปกของสาว เราเรียกว่าไปตี๊อ คุณอาจเคยได้ยินว่ามีแบรนด์ที่ยิง Ads จนเจ๊ง คือตื๊อจนเจ๊งนั่นเอง

3. หนุ่มคนนี้ควรทำการบ้านก่อนว่า ผู้ชายในสเปกของสาวที่ตัวเองจะไปจีบ นั้นเป็นยังไง แล้วทำตัวเองให้เป็นสเปกของสาวคนนั้นก่อน แล้วค่อยไปจีบ (บินไปเกาหลี ศัลยกรรมทั้งตัว ให้หล่อและตรงกับสเปกของสาวที่ตัวเองจะไปจีบ)

4. การทำให้หนุ่มคนนี้เป็นสเปกของสาวที่ตัวเองจะไปจีบ คือการ “ออกแบบแบรนด์” ให้ “ชัด แพง ต่าง” และอยู่ในรูปแบบของ “แบรนด์ระดับมืออาชีพ”

3. ใครที่ไม่อยากเหนื่อย กับการสอนงานแอดมิน ที่พอเป็นงานแล้วก็ลาออก แล้วคุณก็ต้องเหนื่อยกับการสอนแอดมินคนใหม่ วนลูปอยู่อย่างนี้ ไม่มีวันจบสิ้น ลองอ่านบทความนี้ดูนะครับ

/// นี่คือความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ถ้าคุณไม่วางระบบก่อน แล้วค่อยทำตลาดออนไลน์

ถ้าไม่วางระบบ คุณจะดึงลูกค้าเข้าแชท (Line หรือ Messenger) เพื่อให้แอดมิน (หรือคุณ) เป็นเดอะแบก คอยอธิบายโดยเริ่มต้นจาก 0 ทุกเคส เหนื่อยแล้วยังไม่พอ ถ้าคุณฝากยอดขายเอาไว้กับแอดมินที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญในสิ่งที่ขาย จะทำให้เปอร์เซ็นต์ที่ปิดได้นั้นต่ำมาก ๆ ถ้าคุณยิง Ads ก็เท่ากับยิง Ads ดึงคนมาให้เสียของฟรี ๆ และคุณก็ต้องเหนื่อยกับการสอนงานแอดมิน ให้พอทำงานได้ หากเป็นงานแล้วลาออก คุณก็ต้องเหนื่อยกับการสอนแอดมินคนใหม่ วนลูปอยู่อย่างนี้ ไม่มีวันจบสิ้น

/// แล้วถ้าคุณวางระบบล่ะ ชีวิตของคุณจะดีขึ้นยังไง

ถ้าคุณวางระบบ คุณจะดึงกลุ่มเป้าหมายไปที่ “ระบบปิดการขายอัตโนมัติ” เมื่อลูกค้าศึกษาข้อมูลสินค้าแล้ว หากตัดสินใจซื้อหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ก็จะมีปุ่มแชท (Line หรือ Messenger) ให้ลูกค้าทัก คือให้ลูกค้าศึกษาข้อมูลก่อน แล้วจึงค่อยให้ทักแชท จึงไม่มีใครต้องเหนื่อยกับการอธิบายโดยเริ่มต้นจาก 0 ทุกเคส นอกจากจะไม่เหนื่อยแล้ว คุณก็ไม่ต้องเสี่ยงฝากยอดขายเอาไว้กับแอดมินที่ไม่เชี่ยวชาญในสิ่งที่ขาย เพราะระบบจะนำเสนอข้อมูลอย่างเชี่ยวชาญ และมีประสิทธิภาพสูงเหมือนเดิมทุกครั้ง ตามที่คุณออกแบบไว้ วิธีนี้จะให้ระบบเป็นตัวหลักในการปิดการขาย ส่วนแอดมินจะให้เป็นตัวเสริมและคอยดูแลลูกค้าเพื่อสร้างความประทับใจ

bottom of page